ฎีกาที่ 1105/2504
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 78
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
การฟ้องคดีทางอาญานั้น ถ้ามิได้ยื่นฟ้องต่อศาล ภายในเวลาที่ท่านได้ตั้งไว้เป็นกำหนดไซร้ ท่านว่าคดีนั้นขาดอายุความ อย่าให้ศาลรับไว้พิจารณาเลย แลอายุความนั้น ท่านตั้งเป็นกำหนดไว้ตามประเ...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 80
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
คดีในจำพวกความผิดต่อส่วนตัวนั้น ถ้าผู้ที่ควรร้องทุกข์ได้ตามกฎหมาย รู้เรื่องความผิด แล้วรู้ตัวผู้กระทำผิดแล้ว มิได้ร้องทุกข์พ้นสามเดือนไป ท่านว่าคดีนั้นขาดอายุความ
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 304
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดใช้อุบายหลอกลวงด้วยประการใดใด อันต้องประกอบด้วยเอาความเท็จมากล่าว หรือแกล้งปกปิดเหตุการณ์อย่างใดใดที่มันควรต้องบอกให้แจ้งนั้น โดยมันมีเจตนาทุจริตคิดหลอกลวงให้ผู้หนึ่งผู้ใดส่งท...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 306
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ถ้าผู้ใดกระทำการฉ้อโกง โดยอุบายอย่างหนึ่งอย่างใด เช่นว่าต่อไปในมาตรานี้ คือ (1) ปลอมตัวเป็นคนอื่นก็ดี (2) แกล้งแสดงตนว่าเป็นคนใช้วิทยาคมได้ก็ดี (3) แกล้งปกปิดความที่ได้เอาทรัพย์อย่...
ย่อสั้น
ถ้าอายุความฟ้องคดีอาญาขณะกระทำผิดแตกต่างกับขณะฟ้องต้องใช้อายุความที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิดบังคับ ความผิดอันยอมความได้ ต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด มิฉะนั้นจะขาดอายุความ ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 80 แต่ก็ต้องฟ้องคดีภายในกำหนดอายุความตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 78 เพราะอายุความร้องทุกข์ต้องอยู่ในบังคับอายุความฟ้องคดี
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์โดยหลอกลวงว่า ที่ดินบ้านเรือนที่จำเลยให้โจทก์ยึดถือไว้นั้นเป็นของจำเลย ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินคืน โจทก์ชนะคดี แต่ในชั้น บังคับคดี ยึดทรัพย์มีนางเย็นร้องขัดทรัพย์ เป็นเหตุให้โจทก์ต้องถอนการยึดทรัพย์ โจทก์เพิ่งทราบว่าจำเลยทุจริตหลอกลวงโจทก์เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2502 ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304, 306(4) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ศาลชั้นต้นตรวจฟ้องแล้วเห็นว่า เหตุเกิดวันที่ 18 เมษายน 2496โจทก์ เพิ่งฟ้องวันที่ 22 ตุลาคม 2502 เกิน 5 ปี ขาดอายุความ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า อายุความต้องเริ่มนับแต่วันรู้เรื่องความผิดคือ วันที่23 กันยายน 2502 ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 80 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95(3) ส่วนกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 78 มุ่งบัญญัติถึงความผิดอื่น หาใช่บัญญัติเกี่ยวโยงมาถึงความผิดส่วนตัวไม่ เพราะความผิดส่วนตัวมีมาตรา 80 บัญญัติอยู่ชัดแจ้งแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำผิดคดีนี้ได้กระทำเมื่อใช้กฎหมายลักษณะอาญา จึงต้องใช้อายุความฟ้องตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 78(3) ซึ่งมีกำหนด 5 ปี ส่วนอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95(3) กำหนดให้ฟ้องภายใน 10 ปีนั้น ไม่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิด จะนำมาปรับแก่คดีนี้ไม่ได้ กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 78 นั้น กำหนดอายุความฟ้องร้องคดีอาญาไว้ทุกประเภทความผิดลดหลั่นกันตามความสำคัญแห่งโทษแต่ถ้าเป็นความผิดต่อส่วนตัวแล้ว กฎหมายได้กำหนดอายุความให้มีการร้องทุกข์ไว้ด้วยมาตรา 80 ซึ่งเป็นวิธีการอีกอย่างหนึ่งเพื่อจะให้คดีประเภทนี้เสร็จสิ้นไปโดยเร็ว ซึ่งมิได้เป็นอายุความฟ้องคดีอาญาโดยตรง คือ ถ้าได้ร้องทุกข์ตามมาตรา 80 แล้ว ก็ฟ้องคดีความผิดต่อส่วนตัวเกิน 3 เดือน แต่ไม่เกินอายุความฟ้องคดีตามมาตรา 78 ได้ฉะนั้น มาตรา 80 จึงอยู่ในบังคับมาตรา 78 ด้วย นัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1036/2482 คดีโจทก์จึงขาดอายุความฟ้องร้องแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1105/2504 นายวิเชียร ณ ลำปาง โจทก์ นายอินทร์ วังเปียง จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 78 (3) , ม. 80 , ม. 304 ป.อ. ม. 3 , ม. 341