ฎีกาที่ 942/2503
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก) มาตรา 27
พ.ศ. 2469 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 27 ผู้ใดนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักรไทยก็ดี หรือส่ง หรือพาของเช่นว่านี้ออกไปนอกพ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก) มาตรา 99
พ.ศ. 2469 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 99 ผู้ใดกระทำหรือจัดหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำ หรือยื่น หรือจัดให้ผู้อื่นยื่นซึ่งใบขนสินค้า คำสำแดง ใบรับรอง บันทึก เรื่องราว หรือตราสารอย่างอื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในเรื่องใด ๆ...
ย่อสั้น
ตามความในบทบัญญัติของมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร(ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 นั้น หาได้ลบล้างองค์ประกอบความผิดที่จะต้องกระทำ "โดยเจตนาจะฉ้อค่าภาษี" ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 นั้น ให้สิ้นไปไม่ เพราะในมาตรา 16 หมายความถึงแต่เพียงมิให้คำนึงถึงเจตนาแห่งการกระทำเท่านั้นส่วนความมุ่งหมายแห่งการกระทำหรือความประสงค์ต่อผลนั้น ยังคงต้องเป็นองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 27 นั้นอยู่ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 13/2503) จำเลยนำของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้ตรวจรายละเอียดในแบบพิมพ์เพราะถือว่าเป็นของส่วนตัว แต่ไม่ได้ความว่าจำเลยมีเจตนาจะฉ้อค่าภาษีของรัฐบาล จำเลยยังไม่มีความผิด
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยนำสิ่งของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยจำเลยเจตนาพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร ทั้งนี้ โดยจำเลยมีเจตนาจะฉ้อค่าภาษีของรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 มาตรา 16, 17 (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2490 มาตรา 3 จำเลยต่อสู้ว่า ไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี ศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อต่อสู้ของจำเลยที่ว่า จำเลยไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีนั้น ฟังไม่ขึ้น เพราะตามพระราชบัญญัติศุลกากร(ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 มาตรา 16 บัญญัติว่า "การกระทำที่บัญญัติไว้ในมาตรา 2 และมาตรา 99 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 นั้น ให้ถือว่าเป็นความผิดโดยมิพักต้องคำนึงว่าผู้กระทำมีเจตนาหรือกระทำโดย ประมาท เลินเล่อหรือหาไม่" จึงพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายที่โจทก์อ้างปรับ 4 เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วเป็นเงิน 202,833 บาท 32 สตางค์ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา 29, 30 แห่งประมวลกฎหมายอาญา หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขัง 1 ปี 6 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า ที่จำเลยนำทรัพย์สิ่งของตามฟ้องเข้ามา ได้เป็นไปในลักษณะซุกซ่อน ไม่เป็นเหตุที่จะถือเอาเป็นความผิดตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องได้ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำของจำเลยยังฟังไม่ได้ว่า การนำสิ่งของตามบัญชีท้ายฟ้องเข้ามาในราชอาณาจักรนั้น จำเลยได้มีกิริยาอาการอย่างใดที่จะถือได้ว่า จำเลยจะฉ้อค่าภาษีของรัฐบาล ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังที่โจทก์ฟ้อง ปัญหาต่อไปจึงมีว่า แม้โจทก์จะฟ้องดังนั้น และข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ตามโจทก์ฟ้องก็ดี แต่มาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 จะห้ามไม่ให้จำเลยแก้ตัวดังนั้นหรือไม่ ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบกับพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 เฉพาะที่เกี่ยวกับกรณีนี้ ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าคำว่า"โดยเจตนาจะฉ้อค่าภาษีของรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" นั้น จะยังคงเป็นองค์ประกอบความผิดเช่นกรณีนี้อยู่ในขณะนี้หรือไม่ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเห็นว่า ความในบทบัญญัติของมาตรา 16แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 นั้น หาได้ลบล้างองค์ประกอบความผิดที่ว่าจะต้องกระทำโดยเจตนาจะฉ้อค่าภาษี" ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 นั้นให้สิ้นไปไม่ เพราะในมาตรา 16 หมายความถึงแต่เพียงมิให้คำนึงถึงเจตนาแห่งการกระทำเท่านั้น ส่วนความมุ่งหมายแห่งการกระทำหรือความประสงค์ต่อผลนั้น ยังคงต้องเป็นองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 27 นั้นอยู่ ความประสงค์ต่อผลนี้ในประมวลกฎหมายอาญาจึงได้ใช้คำว่า "เพื่อ" เช่นในมาตรา 270 ที่ว่า "ผู้ใดใช้ฯ เครื่องชั่งฯ ที่ผิดอัตราเพื่อเอาเปรียบในการค้าหรือมีเครื่องเช่นว่านั้นไว้เพื่อขาย" และในมาตรา 59 วรรค 3 ว่า "ถ้าผู้กระทำมิได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิด จะถือว่าผู้กระทำประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นมิได้" ศาลฎีกาจึงเห็นว่า คดีนี้จำเลยจะมีความผิดก็ต่อเมื่อมีข้อเท็จจริงที่จะฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาจะฉ้อค่าภาษีของรัฐบาลซึ่งตามพฤติการณ์ตามพยานหลักฐานโจทก์จะยังฟังเป็นเช่นนั้นไม่ได้ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 942/2503 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายป้วยเล้ง แซ่แต้ จำเลย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ม. 27 , ม. 99 พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2482 ม. 16 ป.อ. ม. 270 , ม. 59 วรรคสาม