ฎีกาที่ 861/2503
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ความผิดฐาน ละเมิด อำนาจศาลเมื่อศาลชั้นต้นได้ดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวน ศาลก็ย่อมฟังข้อเท็จจริงได้จากหลักฐานและคำพยานที่ปรากฏมีอยู่ในสำนวนประกอบการวินิจฉัยได้ทั้งหมดไม่ว่าผู้ใดจะเป็นผู้อ้างหรือนำมาสืบ และผู้ถูกหาว่า ละเมิด อำนาจศาลก็มีโอกาสซักค้านพยานนั้นได้อยู่แล้ว ศาลย่อมฟังลงโทษฐาน ละเมิด อำนาจศาลได้ ไม่ขัดต่อกฎหมาย โจทก์ยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องทำร้ายพยานโจทก์ข้างฝานอกห้องพิจารณาบนศาล ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าพยานโจทก์ทำร้ายผู้ร้องฝ่ายเดียว ต่างฝ่ายต่างขอให้ลงโทษอีกฝ่ายในฐาน ละเมิด อำนาจศาล ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วฟังว่า ผู้ร้องทำร้ายพยานโจทก์ ลงโทษผู้ร้องข้างเดียวฐาน ละเมิด อำนาจศาล จำคุก 4 เดือน เช่นนี้ ผู้ร้องไม่มีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาว่าพยานโจทก์ดังกล่าวมีความผิดฐาน ละเมิด อำนาจศาลด้วยเพราะผู้ร้อง ไม่ใช่ผู้เสียหายในส่วนการ ละเมิด อำนาจศาลของพยานโจทก์ดังกล่าวนั้น
ย่อยาว
ในวันสืบพยานโจทก์ในคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยขอแบ่งทรัพย์เสร็จการพิจารณาแล้วโจทก์ยื่นคำร้องว่าผู้ร้องเตะนายไผ่พยานโจทก์ซึ่งเบิกความแล้วและถีบนายจูซ่วนซึ่งโจทก์อ้างเป็นพยานแต่ไม่ได้เบิกความ เหตุเกิดข้างฝานอกห้องพิจารณา เป็นการ ละเมิด อำนาจศาล ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ไม่ได้ ละเมิด อำนาจศาล หากแต่นายไผ่กับพวกกลุ้มรุมทำร้ายผู้ร้องฝ่ายเดียว ศาลแพ่งไต่สวนแล้วฟังว่า ผู้ร้องทำร้ายนายไผ่และนายจูซ่วนฝ่ายเดียวการกระทำของผู้ร้องเป็นการประพฤติไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1) ฉบับที่ 5 พ.ศ.2499 มาตรา 3 เป็นความผิดฐาน ละเมิด อำนาจศาลตามมาตรา 33 ให้จำคุก 6 เดือน แต่อาจยังไม่ถึง 20 ปี ลดโทษ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 คงจำคุกผู้ร้อง 4 เดือน นายไผ่นายจูซ่วนยังไม่มีความผิด ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า ผู้ร้องทำร้ายพยานโจทก์ในบริเวณศาลจริงส่วนที่ผู้ร้องอุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายในเรื่อง ละเมิด อำนาจศาล ไม่ถูกโต้แย้งสิทธิ ไม่มีกรณีที่จะต้องใช้สิทธิทางศาลจึงร้องต่อศาลและนำสืบพยานไม่ได้นั้น ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เมื่อศาลดำเนินกระบวนพิจารณาเรื่องนี้ได้เองแล้ว ศาลก็ย่อมรับฟังคำพยานหลักฐานที่โจทก์นำมาแสดงให้ศาลเห็นข้อเท็จจริงได้ แต่เมื่อศาลได้มีคำสั่งลงโทษผู้ร้องและยกคำร้องของผู้ร้องแล้ว ผู้ร้องอุทธรณ์ได้ก็เฉพาะแต่ที่ตนถูกลงโทษมาเท่านั้น ส่วนที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องของผู้ร้องที่ว่านายไผ่กับพวก ละเมิด อำนาจศาลด้วยนั้น ผู้ร้องไม่ใช่ผู้เสียหายในส่วนการ ละเมิด อำนาจศาลของนายไผ่กับพวก ไม่มีกรณีที่จะใช้สิทธิทางศาลจึงอุทธรณ์ขึ้นมาเองในส่วนนี้ไม่ได้ พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ที่ผู้ร้องฎีกาว่า โจทก์ไม่มีสิทธิและหน้าที่ที่จะยื่นคำร้องกล่าวโทษและนำพยานมาสืบในกรณีนี้ได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดฐาน ละเมิด อำนาจศาลเป็นความผิดต่อศาล เมื่อศาลแพ่งได้ดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวน ศาลก็ย่อมฟังข้อเท็จจริงได้จากหลักฐานและคำพยานที่ปรากฏมีอยู่ในสำนวนประกอบการวินิจฉัยได้ทั้งหมดไม่ว่าผู้ใดจะเป็นผู้อ้างหรือนำมาสืบ และผู้ร้องก็มีโอกาสซักค้านพยานนั้นได้อยู่แล้ว ศาลล่างฟังลงโทษฐาน ละเมิด อำนาจศาลได้ ไม่ขัดต่อกฎหมาย ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาขอให้ลงโทษนายไผ่และนายจูซ่วนฐาน ละเมิด อำนาจศาลด้วยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดเรื่อง ละเมิด อำนาจศาลซึ่งศาลล่างไม่ได้ลงโทษนายไผ่กับพวกนั้น ผู้ร้องไม่ใช่ผู้เสียหายในส่วนการ ละเมิด อำนาจศาลของนายไผ่กับพวก ไม่มีสิทธิอุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 861/2503 นางเซาะเค็ง แซ่จิว โจทก์ นายเจี๊ยบ หรือซูเจี๊ยบ แซ่คู จำเลย นายสุ้ยเฮง แซ่คู ผู้ร้อง ป.วิ.พ. ม. 31 (1) , ม. 33 , ม. 55 , ม. 223 , ม. 247 , ม. 85 , ม. 3 ป.วิ.อ. ม. 2 (4) , ม. 193 , ม. 216