ฎีกาที่ 1239/2502
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 132
พ.ศ. 2484 · effective_date
ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ท่านใช้ให้มีหน้าที่จัดซื้อ หรือทำ หรือปกครองรักษาทรัพย์สิ่งใดใด ถ้าแลมันใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่นั้น หาประโยชน์อันมิควรจะได้ไว้เป็นอาณาประโยชน์ของตัวมันเองก็ดี...
- รวมฉบับ
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 172
พ.ศ. 2496 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
ผู้ใดทำลายวัตถุ หรือสถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของบุคคลจำพวกใดใดก็ดี ทำให้วัตถุหรือสถานเช่นว่านั้น ชำรุด ทรุดโทรมเสียหายก็ดี ถ้ามันทำโดยอาการที่พึงเห็นได้ว่าเป็นข้อหมิ่นประมาทแก่...
ย่อสั้น
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยในกระทงความผิดฐานทำ ตัดฟันชักลากไม้โดยไม่รับอนุญาตในกระทงความผิดฐานใช้ดวงตราผิดกฎหมายและในกระทงความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานจดหนังสือราชการอันเป็นหลักฐานเท็จ จำคุกจำเลย 3 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนในข้อเท็จจริงแต่แก้โทษลดลงเหลือ 2 ปี เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง บรรยายฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานป่าไม้ จำเลยใช้จ้างวานคนไปตัดฟันชักลากไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ไม่ได้กล่าวว่าจำเลยเอาอำนาจในตำแหน่งหน้าที่ราชการไปใช้จ้างวานคนให้กระทำผิดเช่นนั้นด้วยเลย เช่นนี้ จึงเป็นเรื่องที่ใช้จ้างวานให้คนไปกระทำผิดเป็นส่วนตัว ย่อมจะลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 132 หรือประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ไม่ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานทุจริตต่อหน้าที่ ใช้ดวงตราผิดกฎหมาย ทำและมีไม้หวงห้ามไม่รับอนุญาต จำเลยทั้งสองปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยทั้งสองสมคบกันทำและมีไม้หวงห้ามโดยไม่รับอนุญาต ทั้งเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ราชการโดยทุจริตหาประโยชน์ใส่ตนโดยมิชอบ จำเลยที่ 1 ผู้เดียวผิดฐานใช้ดวงตราผิดกฎหมาย และผิดฐานจดหนังสือราชการ และทำหลักฐานเท็จพิพากษาให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 160, 162, 83, 84 และให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 151, 83 รวมกระทงลงโทษจำเลยที่ 1 ให้จำคุกไว้ 3 ปี จำเลยที่ 2 ให้จำคุกไว้ 1 ปี 6 เดือน ไม้ของกลางริบ ข้อหานอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยทั้งสองทำผิดฐานทำ ตัดฟัน ชักลากไม้โดยไม่รับอนุญาต แต่ไม่เป็นความผิดฐานเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่หาประโยชน์อันมิควรได้ตามความในกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 132 จึงลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ไม่ได้ ส่วนข้อหาฐานใช้ดวงตราผิดกฎหมายฟังว่า จำเลยที่ 1 ทำผิดจริงและจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานจดหนังสือราชการเป็นคำสั่งของจำเลยที่ 1 ให้ริบไม้รายนี้ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเป็นความเท็จ และกระทำโดยจำเลยมีตำแหน่งหน้าที่ พิพากษาแก้ว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 73(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2494 มาตรา 17 กระทงหนึ่ง ให้ปรับจำเลยทั้งสองคนละ500 บาท จำเลยที่ 1 ผู้เดียวมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 212 และ 230 อีก 2 กระทงเฉพาะความผิดตาม มาตรา 230 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 กำหนดโทษเบากว่าเป็นคุณแก่จำเลย ให้ลงโทษตาม มาตรา 162 รวม 2 กระทงให้จำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 2 ปี นอกจากนี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกาในข้อเท็จจริง โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริต ซึ่งศาลอุทธรณ์แก้ให้ยกเสียนั้นด้วย ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยมาในกระทงความผิดฐานทำ ตัดฟัน ชักลากไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต ในกระทงความผิดฐานใช้ดวงตราผิดกฎหมาย และในกระทงความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานจดหนังสือราชการอันเป็นหลักฐานเท็จนั้น ศาลอุทธรณ์ก็ได้พิพากษายืนในข้อเท็จจริง ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและอัตราโทษจำคุกจำเลยก็แก้ไขเล็กน้อยจาก 3 ปี ลดมาเหลือ 2 ปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จำเลยทั้งสองจึงฎีกาไม่ได้ ส่วนในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตซึ่งศาลชั้นต้นลงโทษจำเลย แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยทั้งสองไม่ผิดนั้น คดีนี้โจทก์ถือว่า เมื่อโจทก์กล่าวฟ้องสรุปความได้ว่า จำเลยใช้จ้างวานคนทำไม้หวงห้ามโดยไม่รับอนุญาตและจำเลยเป็นเจ้าพนักงานป่าไม้อยู่ ก็ต้องถือว่า เป็นความผิดฐานเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยทางทุจริตหาประโยชน์ใส่ตัวด้วย ซึ่งเป็นการกระทำอันเดียวแต่ ละเมิด กฎหมายหลายบทศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องที่ว่าจำเลยใช้จ้างวานคนไปตัดฟันชักลากไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ไม่ได้กล่าวว่า จำเลยเอาอำนาจในตำแหน่งหน้าที่ราชการไปใช้จ้างวานคนให้กระทำผิดเช่นนั้นด้วยเลย จึงเป็นเรื่องที่ใช้จ้างวานให้คนไปกระทำผิดเป็นส่วนตัว ย่อมจะลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 132 หรือประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151หาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1239/2502 พนักงานอัยการจังหวัดนครนายก โจทก์ นายรังษี สุริยะภูมิ ที่ 1 นายไพฑุรย์ สุทธิวรรณ ที่ 2 จำเลย ป.วิ.อ. ม. 218 , ม. 158 (5) , ม. 185 ป.อ. ม. 151 , ม. 84 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 132 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม. 11