ฎีกาที่ 1104-1105/2501
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 64
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด ด้วยอุบายอย่างใดใด เช่นว่าจ้างวาน หรือบังคับขู่เข็ญขืนใจ ให้ผู้อื่นกระทำความผิดเป็นต้น ท่านว่ามันผู้ใช้นั้นต้องรวางโทษฐานเป็นตัวการ
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 250
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดฆ่าคนโดยเจตนา ต้องตามลักษณอย่างใดที่กล่าวต่อไปในมาตรานี้ คือ (1) ฆ่าเจ้าพนักงานผู้ประจำหน้าที่ หรือฆ่าเพราะเหตุที่กระทำการตามหน้าที่ก็ดี (2) ฆ่าบิดามารดา หรือฆ่าญาติที่สืบสายโ...
ย่อสั้น
ที่ว่าในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญานั้น หมายความว่าคดีส่วนอาญาได้ถึงที่สุดแล้วและจำเลยในคดีแพ่งก็ต้องเป็นจำเลยรายเดียวกันกับจำเลยในคำพิพากษาคดีส่วนอาญานั้นด้วย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่านายเจริญกับพวกจำเลยฆ่านายประเวศตาย นายเจริญจำเลยกับพวกฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา นายเจริญจำเลยตาย คดีส่วนตัวนายเจริญจำเลยจึงเป็นอันระงับไป เมื่อมารดาและบุตรของนายประเวศผู้ตายฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนฐานนายเจริญจำเลย ละเมิด เช่นนี้ ข้อเท็จจริงในคดีส่วนแพ่งยังฟังลงไปทีเดียวไม่ได้ว่านายเจริญจำเลยมีส่วนร่วมในการฆ่านายประเวศดังที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยฟังมา เพราะคดีอาญานั้นยังไม่ถึงที่สุด ศาลฎีกาอาจฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นก็ได้เมื่อเช่นนี้ ข้อเท็จจริงในข้อว่านายเจริญจำเลยมีส่วนร่วมในการฆ่านายประเวศอันจะถือตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาก็ไม่มี ศาลจะพิพากษาคดีส่วนแพ่งให้ผู้รับมรดกความของนายเจริญจำเลยรับผิดฐาน ละเมิด ไปเลยทีเดียวยังไม่ได้ ต้องให้คู่ความในคดีแพ่งนำสืบข้อเท็จจริงเช่นว่านี้กันไป คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นในคดีอาญาว่านายบุญเราและนายมินทร์(ซึ่งไม่ได้เป็นจำเลยในคดีอาญานั้นด้วยเลย)มีส่วนร่วมในการฆ่านายประเวศ ต่อมามารดาและบุตรนายประเวศผู้ตายได้เป็นโจทก์ฟ้องนายบุญเราและนายมินทร์เป็นจำเลยในคดีแพ่งเรียกค่าสินไหมทดแทนฐาน ละเมิด เช่นนี้ ศาลจะรับฟังข้อวินิจฉัยส่วนอาญาดังกล่าวแล้วของศาลชั้นต้นมาเป็นข้อเท็จจริงอันจะถือตามในคดีแพ่งนี้หาได้ไม่เพราะนายบุญเราและนายมินทร์ไม่ได้เป็นคู่ความในคดีอาญาดังกล่าวนั้น
ย่อยาว
คดี 2 สำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์ทั้ง 2 สำนวนฟ้องว่า จำเลยได้สมคบกันจ้างวานนายรส นายตี๋นายทองคำ ซึ่งได้ถูกฟ้องเป็นคดีอาญาแล้ว ใช้ปืนฆ่านายประเวศโดยนายบุญเรากับนายมินทร์จำเลยเป็นผู้ออกเงินค่าจ้าง และนายเจริญกับนายอ้วนจำเลยร่วมกันเป็นธุระจัดหาจ้างวานนายรสกับพวกมือปืนมาทำการฆ่านายประเวศ สำหรับนายบุญเรา นายมินทร์ และนายอ้วนจำเลยไม่ถูกฟ้องคดีอาญา การกระทำของจำเลยเป็นการ ละเมิด นางสาโจทก์เป็นมารดาผู้ตายนางจันทร์สวยเป็นมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของ ด.ญ.ยุพิน บุตรผู้ตาย โจทก์ทั้ง 2 สำนวนจึงฟ้องเรียกค่าเสียหาย จำเลยทุกคนปฏิเสธ ต่อมาโจทก์ขอถอนฟ้องเฉพาะนายอ้วนจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่นางสาโจทก์ 10,000 บาท กับค่าสินไหมทดแทนแก่นางจันทร์สวยเพื่อด.ญ.ยุพินโจทก์ 9,900 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ศาลชั้นต้นเฉพาะที่ให้ค่าสินไหมทดแทนแก่นางสาโจทก์เพื่อการเสียสุขภาพอนามัย 5,000 บาท เป็นให้ยกคำขอข้อนี้ นอกจากนี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วปรากฎว่าจำเลยในคดีแพ่งนี้ มีนายเจริญจำเลยคนเดียวที่ถูกฟ้องเป็นจำเลยร่วมกับคนอื่นในคดีอาญาแดงที่ 433-434/2497 ของศาลชั้นต้น ในคดีอาญาเรื่องนั้นศาลอุทธรณ์พิพากษาว่านายเจริญจำเลยมีความผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 250(3), 64 ให้ลงโทษประหารชีวิต นายเจริญจำเลยฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา นายเจริญจำเลยตาย คดีส่วนตัวนายเจริญจำเลยจึงเป็นอันระงับไป มีปัญหาว่าในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งนี้ข้อเท็จจริงในข้อหาคดีอาญาว่านายเจริญจำเลยสมคบกับพวกฆ่านายประเวศนั้นจะรับฟังตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 อย่างไร ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อนายเจริญจำเลยตาย เป็นผลให้คดีอาญาส่วนของนายเจริญจำเลยเป็นอันระงับไปเช่นนี้ ข้อเท็จจริงยังรับฟังไม่ได้ว่านายเจริญจำเลยมีส่วนร่วมในการฆ่านายประเวศดังที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยฟังมานั้น เพราะคดีอาญานั้นยังไม่ถึงที่สุดศาลฎีกาอาจฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นก็ได้ เมื่อเช่นนี้ข้อเท็จจริงในข้อว่านายเจริญจำเลยมีส่วนร่วมในการฆ่านายประเวศอันจะถือตามที่ปรากฎในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาก็ไม่มี ศาลจะพิพากษาในคดีส่วนแพ่งให้นายเจริญจำเลยรับผิดฐาน ละเมิด ต่อโจทก์ไม่ได้แต่ศาลชั้นต้นสั่งไม่ให้โจทก์นำสืบในประเด็นที่เกี่ยวกับนายเจริญจำเลยเป็นผู้ทำ ละเมิด เพราะจะถือเอาตามข้อเท็จจริงในคดีอาญาที่นายเจริญถูกฟ้อง โจทก์จึงมิได้นำสืบในประเด็นข้อนี้ จึงควรให้โจทก์ได้มีโอกาสนำสืบใหม่ในข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 433-434/2497ว่า นายบุญเราและนายมินทร์ (จำเลยในคดีแพ่งแต่ไม่ได้เป็นจำเลยในคดีอาญา) มีส่วนร่วมในการฆ่านายประเวศนั้น จะรับฟังเป็นข้อเท็จจริงอันจะถือตามในคดีแพ่งนี้หาได้ไม่ เพราะนายบุญเราและนายมินทร์จำเลยไม่ได้เป็นคู่ความในคดีอาญาดังกล่าวนั้น พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่สมฟ้องในข้อหาว่านายบุญเราและนายมินทร์จำเลยมีส่วนร่วมในการฆ่านายประเวศอันเป็นการ ละเมิด ต่อโจทก์ตามฟ้อง พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ที่เกี่ยวกับนายบุญเราและนายมินทร์จำเลย เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ คดีสำหรับนายเจริญจำเลยนั้นให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1104 - 1105/2501 นางสา เดชะสิทธิ โจทก์ นายบุญเรา ที่ 1 นายเจริญ ที่ 2 นายมินทร์ ที่ 3 จำเลย นายอ้วน ที่ 4 จำเลย นางจันทร์สวย มารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของด.ญ.ยุพิน โจทก์ นายมินทร์ ที่ 1 นายบุญเรา ที่ 2 นายเจริญ ที่ 3 จำเลย ป.วิ.อ. ม. 46 , ม. 47 ป.พ.พ. ม. 420 , ม. 424 , ม. 432