ฎีกาที่ 407/2501
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เมื่อหุ้นส่วนบางคนตายผู้เป็นหุ้นส่วนที่ยังอยู่ได้รับโอนหุ้นและยินยอมให้ผู้ถือหุ้นใหม่รับโอนหุ้นสืบต่อๆ กันมาโดยความยินยอมจนถึงโจทก์จำเลยดังนี้ หุ้นส่วนนั้นยังคงมีอยู่ต่อไปมิได้เลิกจากกัน โจทก์บรรยายในฟ้องว่า เมื่อทำสัญญาเข้าหุ้นส่วนแล้วหุ้นส่วนได้สร้างโรงมหรสพขึ้นบนที่พิพาทและได้ประกอบกิจการมหรสพติดต่อตลอดมาจนบัดนี้ และในคำขอท้ายฟ้องเขียนว่า ที่พิพาทดังกล่าวในฟ้องเป็นของหุ้นส่วน มิใช่ของจำเลยผู้เดียว ดังนี้คำขอท้ายฟ้องดังกล่าวย่อมหมายถึงโรงมหรสพดังกล่าวในฟ้องด้วยที่ศาลพิพากษารวมถึงโรงมหรสพด้วยจึงไม่ใช่พิพากษาเกินคำขอ
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่านางจีบภรรยาจำเลยกับผู้มีชื่อหลายคนได้ทำสัญญาเข้าหุ้นส่วนกัน นางจีบภรรยาจำเลยได้เอาที่ดินพิพาทลงหุ้นแทนเงินต่อมาภรรยาจำเลยและถือหุ้นตาย จำเลยและโจทก์ทั้ง 3 ได้เข้าถือหุ้นแทนที่ผู้ตาย ขณะนี้หุ้นส่วนประกอบด้วยโจทก์ทั้ง 3 และจำเลย จำเลยมีหน้าที่เก็บเงินและทำบัญชีต่าง ๆ แต่เมื่อประมาณ 6 เดือนมานี้ โจทก์ได้ไปขอตรวจดูบัญชีเอกสารต่าง ๆ จำเลยไม่ยอมให้ตรวจและจำเลยกลับฟ้องโจทก์ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยผู้เดียว จำเลยมีเจตนา ฉ้อโกง โจทก์ จึงขอให้พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของหุ้นส่วน"มิ่นสร้างกงษี" ให้หุ้นส่วนเลิกจากกันและดำเนินการชำระบัญชีต่อไป จำเลยต่อสู้ว่านางจีบจะทำสัญญาหุ้นส่วนหรือไม่ไม่ทราบการเปลี่ยนแปลงโอนหุ้นและการรับมรดกหุ้นเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายโจทก์เป็นบุคคลภายนอกไม่ได้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนโดยความยินยอมของหุ้นส่วนเดิม และตัดฟ้องว่าคดีขาดอายุความ ศาลล่างทั้ง 2 พิพากษาว่า ที่ดินรายพิพาทรวมทั้งโรงมหรสพเป็นของหุ้นส่วน "มิ่นสร้างกงษี" ให้หุ้นส่วนมิ่นสร้างกงษีเลิกจากกันและดำเนินการชำระบัญชีต่อไป ฯลฯ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อหุ้นส่วนบางคนตาย ผู้เป็นหุ้นส่วนที่ยังอยู่ได้รับโอนหุ้นและยินยอมให้ผู้ถือหุ้นใหม่รับโอนหุ้นสืบต่อ ๆ กันมาโดยความยินยอมจนถึงโจทก์และจำเลยเป็นผู้ถือหุ้น หุ้นส่วนจึงยังคงมีอยู่ต่อไป มิได้เลิกจากกัน จำเลยมิได้กล่าวว่าขาดอายุความอะไร อย่างไร และเห็นว่าคดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความในทางใด ๆ ทั้งนั้น ข้อที่ว่าศาลพิพากษาเกินคำขอเพราะโจทก์ขอเฉพาะที่ดินแต่ศาลพิพากษารวมทั้งโรงมหรสพด้วยนั้น เห็นว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งตอนหนึ่งว่า เมื่อทำสัญญาเข้าหุ้นส่วนแล้ว หุ้นส่วนได้สร้างโรงมหรสพขึ้นบนที่ดินแปลงที่นางจีบเอามาลงหุ้นและได้ประกอบกิจการมหรสพต่อมา อีกตอนหนึ่งว่า นับตั้งแต่เข้าหุ้นส่วนกันมา หุ้นส่วนได้ร่วมกันปกครองทรัพย์สินของหุ้นส่วนอันประกอบด้วยที่ดินและโรงมหรสพและได้ประกอบกิจการมหรสพต่อเนื่องกันตลอดมา และในคำขอท้ายฟ้องว่าที่พิพาทดังกล่าวในฟ้องเป็นของหุ้นส่วนมิใช่ของจำเลยผู้เดียวคำขอที่ว่านี้ย่อมหมายถึงโรงมหรสพดังกล่าวมาแล้วด้วยจึงไม่เกินคำขอ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 407/2501 นายเอี้ยวเฮงฉก เอี้ยวฉาย กับพวก โจทก์ นายเองกี่ แซ่ตัน หรือนิยมกุลสมาน จำเลย ป.พ.พ. ม. 1054 , ม. 1055 (5) , ม. 1060 ป.วิ.พ. ม. 142