ฎีกาที่ 1925/2499
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 116
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดหมิ่นประมาทต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่อันชอบด้วยกฎหมายก็ดี หรือหมิ่นประมาทต่อเจ้าพนักงานเพราะเหตุได้กระทำการตามหน้าที่นั้นก็ดี ท่านว่ามันมีความผิดต้องรวางโทษานุโทษเป...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช 2484 (ยกเลิก) มาตรา 48
พ.ศ. 2484 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 48 เมื่อมีความผิดนอกจากที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัตินี้เกิดขึ้นด้วยการโฆษณาสิ่งพิมพ์นอกจากหนังสือพิมพ์ ผู้ประพันธ์ซึ่งตั้งใจให้โฆษณาบทประพันธ์นั้นต้องรับผิดเป็นตัวการ ถ้าผู้ประพั...
ย่อสั้น
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยหมิ่น ประมาท ใส่ความอธิบดีกรมอัยการขอให้ลงโทษจำเลยตาม มาตรา 282,116 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม มาตรา 282 และลงโทษปรับจำเลย จำเลยอุทธรณ์ว่าไม่มีความผิดตาม มาตรา 282 ฝ่ายโจทก์ไม่อุทธรณ์มาตรา 116 จึงถึงที่สุดเพียงศาลชั้นต้น ไม่มีประเด็นในชั้นอุทธรณ์ต่อไป ในชั้นอุทธรณ์คงมีประเด็นว่าจำเลยจะมีความผิดตาม มาตรา 282 หรือไม่มาตราเดียวเท่านั้น แม้ศาลอุทธรณ์จะยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์สืบพยานตามที่แถลงไว้และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปตามกระบวนความและศาลฎีกายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ย่อมเป็นที่เข้าใจว่าให้ดำเนินการเกี่ยวแก่ มาตรา 282 มาตราเดียวเท่านั้น เมื่อศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาใหม่ตามคำพิพากษาศาลฎีกาและระหว่างพิจารณาจำเลยได้ขออภัยต่อผู้เสียหาย ผู้เสียหายไม่ติดใจว่ากล่าวเอาความแก่จำเลย โจทก์จึงแถลงขอถอนฟ้องเฉพาะข้อหาในฐานหมิ่น ประมาท ใส่ความตาม มาตรา 282 แต่โจทก์ย้อนหวนมาเอาความแก่จำเลยตาม มาตรา 116 ซึ่งไม่มีประเด็นอีกนั้นไม่ได้เพราะประเด็นตาม มาตรา 116 ได้ยุติในศาลชั้นต้นตั้งแต่ครั้งก่อนแล้ว
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยหมิ่น ประมาท ใส่ความหลวงอรรถปรีชาชนูปการอธิบดีกรมอัยการ ขอให้ลงโทษจำเลยตาม มาตรา 116, 282 พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 จำเลยให้การปฏิเสธ คดีนี้ศาลชั้นต้นเคยพิพากษาลงโทษปรับจำเลยตาม มาตรา 282จำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์สืบพยานตามที่แถลงไว้และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปตามกระบวนความ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ระหว่างศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณานั้นจำเลยได้ขออภัยต่อหลวงอรรถปรีชา ฯ ผู้เสียหาย ๆ ได้แถลงต่อศาลไม่ติดใจว่ากล่าวแก่จำเลย โจทก์จึงขอถอนฟ้องฐานหมิ่น ประมาท ตามกฎหมาย มาตรา 282 ศาลอนุญาต ส่วนข้อหาฐานหมิ่น ประมาท เจ้าพนักงานตาม มาตรา 116 โจทก์ขอให้ศาลพิจารณาต่อไป โจทก์จำเลยแถลงว่าไม่ติดใจสืบพยานศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม กฎหมายอาญา มาตรา 116 ให้ปรับจำเลย 200 บาท จำเลยอุทธรณ์ในข้อ กฎหมายว่าข้อความตามฟ้องที่ว่าเป็นหมิ่น ประมาท นั้นถ้าเป็นผิดก็เป็นประเภทหมิ่น ประมาท ชนิดกล่าวร้ายใส่ความกันทำให้อาจเสียชื่อเสียงจัดอยู่ใน มาตรา 282 ส่วนความผิดต่อเจ้าพนักงานตาม มาตรา 116 เป็นเรื่องสบ ประมาท ด่ากันซึ่งถ้าด่าคนธรรมดาไม่ใช้เจ้าพนักงานก็เป็นผิดลหุโทษตาม มาตรา 339 ข้อ 2 หรือข้อ 3 ถ้อยคำที่ศาลชั้นต้นกล่าวอ้างไม่ปรากฏถ้อยคำที่มีลักษณะเป็นการด่าหรือสบ ประมาท ตาม มาตรา 116 ศาลอุทธรณ์เห็นว่าตาม กฎหมายอาญา มาตรา 116 นี้มีข้อความบัญญัติลงโทษผู้ที่หมิ่น ประมาท โดยการกล่าวคำสบ ประมาท การกล่าวคำใส่ความที่มีข้อความทำให้เจ้าพนักงานถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ก็ย่อมมีลักษณะเป็นการหมิ่น ประมาท ต่อเจ้าพนักงาน จึงเป็นผิดตาม มาตรา 116 ถ้อยคำที่จำเลยโฆษณาในคดีนี้มีลักษณะทำให้เจ้าพนักงานถูกดูหมิ่นหรือเกลียดชังได้จึงเป็นการหมิ่น ประมาท ต่อเจ้าพนักงานตาม มาตรา 116 อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืน จำเลยฎีกาในข้อ กฎหมายต่อมา ศาลฎีกาได้ประชุมปรึกษาคดีนี้แล้ว เห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยหมิ่น ประมาท ใส่ความหลวงอรรถปรีชาฯ อธิบดีกรมอัยการ ขอให้ลงโทษจำเลยตาม กฎหมายอาญา มาตรา 282, 116 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม มาตรา 282 และลงโทษปรับจำเลย ๆ อุทธรณ์ว่าจำเลยมีความผิดตาม มาตรา 282 ฝ่ายโจทก์ไม่อุทธรณ์ มาตรา 116 จึงถึงที่สุดเพียงศาลชั้นต้นไม่มีประเด็นในชั้นอุทธรณ์ต่อไป ในชั้นอุทธรณ์คงมีประเด็นว่าจำเลยจะมีความผิดตาม มาตรา 282 หรือไม่มาตราเดียวเท่านั้น ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปตามกระบวนความ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ย่อมเป็นที่เข้าใจว่าให้ดำเนินการพิจารณาเกี่ยวแก่มาตรา 282 มาตราเดียวเท่านั้นและศาลชั้นต้นก็ได้ดำเนินการพิจารณาใหม่ตามคำพิพากษาศาลฎีการะหว่างพิจารณาจำเลยได้ขออภัยต่อหลวงอรรถปรีชาฯ อธิบดีกรมอัยการผู้เสียหาย ๆ ไม่ติดใจว่าได้กล่าวเอาความแก่จำเลย โจทก์จึงแถลงขอถอนฟ้องจำเลยเฉพาะในข้อหาฐานหมิ่น ประมาท ใส่ความ มาตรา 282 แต่โจทก์ได้ย้อนหวนมาเอาความแก่จำเลยตาม มาตรา 116 ซึ่งไม่มีประเด็นอีกและศาลอุทธรณ์ก็ได้พิพากษาทับสัตย์ศาลชั้นต้นลงโทษปรับจำเลยตาม มาตรา 116 ซึ่งศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยเพราะ มาตรา 116 ได้ยุติในศาลชั้นต้นตั้งแต่ครั้งก่อนแล้ว จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1925/2499 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายผาด พรหมบุตร จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 116 ป.วิ.อ. ม. 39 (4)