ฎีกาที่ 1691/2499
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยคัดค้านการแบ่งแยกที่ดินทำให้โจทก์แบ่งขายที่ดินไม่ได้ โจทก์จึงไม่ได้เงินไปชำระราคาที่ดินซึ่งโจทก์วางมัดจำซื้อไว้เป็นเหตุให้โจทก์ถูกริบเงินมัดจำ แม้จะปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเป็นการ ละเมิด ต่อโจทก์ก็ตาม แต่จะถือว่าเงินมัดจำที่โจทก์ถูกริบเป็นค่าเสียหายที่จำเลยต้องรับผิดไม่ได้ เมื่อมีการ ละเมิด ขึ้นแล้ว ศาลย่อมวินิจฉัยให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ตามควรแก่พฤติการณ์ โจทก์ฟ้องว่าจำเลย ละเมิด ขอค่าเสียหายที่ถูกริบมัดจำหนึ่งหมื่นบาท เมื่อศาลเห็นว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดในเงินมัดจำที่โจทก์ถูกริบศาลจะพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายในการ ละเมิด แก่โจทก์หนึ่งพันบาทก็ได้ไม่เกินคำขอ
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมีโฉนดของโจทก์ จำเลยอ้างว่าครอบครองได้กรรมสิทธิ์ โจทก์ทำสัญญาแบ่งขายที่พิพาทให้แก่ผู้มีชื่อ 3 รายและโจทก์วางมัดจำซื้อที่ดินไว้แปลงหนึ่งหนึ่งหมื่นบาท โจทก์นำเจ้าพนักงานรังวัดแบ่งที่ให้แก่ผู้ซื้อจำเลยขัดขวาง การรังวัดจึงไม่สำเร็จซื้อขายกันไม่ได้ โจทก์ไม่ได้รับเงินค่าขายที่จึงไม่สามารถจ่ายเงินค่าซื้อที่ได้ เลยถูกริบมัดจำหนึ่งหมื่นบาทนั้น จึงขอให้ศาลห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้องกับที่ของโจทก์และให้ใช้เงินหนึ่งหมื่นบาทกับดอกเบี้ย จำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ์ว่าได้ครอบครองปรปักษ์และว่าที่โจทก์ถูกริบมัดจำจำเลยไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นพิพากษาไม่ให้จำเลยเกี่ยวข้องในที่พิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายหนึ่งพันบาทและดอกเบี้ย โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า ค่าเสียหายหนึ่งพันบาทและดอกเบี้ยจำเลยไม่ต้องรับผิด นอกนั้นยืน โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาคงฟังว่าพิพาทอยู่ในเขตโฉนดของโจทก์ จำเลยไม่ได้ครอบครองโดยเจตนาเป็นเจ้าของ เงินหนึ่งหมื่นบาทที่โจทก์ถูกริบมัดจำนั้นเห็นว่าจำเลยไม่ต้องรับผิด แต่เมื่อปรากฏว่าจำเลย ละเมิด ค่าเสียหายย่อมมีอยู่ จึงพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายหนึ่งพันบาทกับดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งจากวันศาลชั้นต้นพิพากษา ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1691/2499 น.ส.สมสนิท จำเนียรกุล โจทก์ นางเป้า ธงชัย จำเลย ป.พ.พ. ม. 420 , ม. 438 ป.วิ.พ. ม. 142