ฎีกาที่ 1483-1484/2497
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 63
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ในคดีที่บุคคลตั้งแต่สองขึ้นไปกระทำความผิดอย่างเดียวกัน ท่านให้ถือว่าบรรดาผู้ที่ได้ลงมือกระทำความผิดนั้น เป็นตัวการ แลอาจลงอาญาตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้นแก่มันทุกคน เหม...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 227
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดกระทำการอันอาจจะให้เกิดเสียหายแก่สาธารณชน หรือแก่บุคคลผู้หนึ่งผู้ใด โดยเหตุที่มันเอาหนังสือ ซึ่งมันรู้อยู่ว่าเป็นของผู้อื่นเขาปลอม อย่างว่ามาในมาตรา 223 มาตรา 224 แลมาตรา 225...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 324
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดมิได้มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย แลมันบังอาจทำแก่ทรัพย์ของผู้อื่น ให้ทรัพย์ของเขาเป็นอันตรายหรือชำรุดไป ท่านว่ามันมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ต้องรวางโทษานุโทษเป็นสามสถา...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 327
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดเจตนาจะมิให้ผู้อื่นครอบครองทรัพย์ของเขาอันพึงเคลื่อนจากที่มิได้นั้น โดยความปรกติศุข แลมันประพฤติละกฎหมาย บังอาจเข้าถือเอาทรัพย์นั้นก็ดี หรือเพื่อจะถือเอาทรัพย์ของเขาเช่นว่ามาน...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 328
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดกระทำการบุกรุก ด้วยอุบายอย่างหนึ่งอย่างใด เช่นว่าต่อไปในมาตรานี้ คือ (1) มันใช้กำลังทำร้ายเขา หรือขู่เข็ญว่าจะทำร้ายเขา ก็ดี (2) มันมีศัสตราวุธไปบุกรุก ก็ดี (3) คุมพรรคพวกนับท...
ย่อสั้น
จำเลยรับว่าผู้มีชื่อเช่าที่พิพาทจากวัดและจำเลยได้เข้าไปขุดหลุมตอกหลักในที่พิพาทโดยไม่ได้ขออนุญาตจากผู้เช่าผู้เช่าทักท้วงจำเลยกับพวกก็ไม่ฟัง ดังนี้แม้จำเลยจะเข้าไปทำด้วยความศรัทธาเพื่อปลูกสร้างศาลาธรรมสังเวช เมื่อจำเลยบังอาจยึดถือเอาที่พิพาทปลูกศาลาโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมายแต่ประการใด เช่นนี้เรียกว่าเจตนากระทำให้วัดและผู้เช่าครอบครองที่พิพาทโดยไม่ปกติสุข ตามมาตรา 327 และไม่ใช่เป็นการแย่งกรรมสิทธิทางแพ่ง
ย่อยาว
คดีนี้ โจทก์ฟ้องเป็น 2 สำนวน ๆ แรกกล่าวฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องว่า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2495 เวลากลางวัน จำเลยได้บังอาจสมคบกันมีมีดฆ้อนและชะแลงคุมกันเข้าไปในเขตที่ดินซึ่งใช้เป็นที่ทำไร่และอาศัยอยู่ในความดูแลรักษาของนายหล้ำโดยเจตนาจะมิให้นายหล้ำครอบครองทรัพย์สินที่ปลูกไว้โดยปกติ แล้วจำเลยได้เหยียบย่ำต้นพริกข้าวโพด แตงโม รวมค่าเสียหาย 150 บาท โดยจำเลยประสงค์จะเข้ายึดทำการปลูกสร้างอาคารโดยมิได้มีอำนาจที่จะกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย นายหล้ำเจ้าทุกข์ได้ร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานแล้ว และเขตที่ดินนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของวัดถาวรวราราม นายหล้ำได้เช่าไว้ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 327, 328, 324, 63 นายเหลาจำเลยที่ 8 ได้หลบหนีไปก่อนยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะตัวนายเหลาจำเลย จำเลยที่ 1 ถึง 4 ต่อสู้ว่า จำเลยเพียงเข้าไปในที่เกิดเหตุชัดระดับเสายังไม่ได้ขุดหลุมต้นพริกเสียหายเล็กน้อย ที่ดินตามฟ้องเป็นที่สาธารณประโยชน์ จำเลยมีจิตตศรัทธาเอาศาลาธรรมสังเวชเข้าไปปลูกสร้างเพื่อสาธารณกุศลและว่าเป็นการแย่งกรรมสิทธิ์ทางแพ่งไม่ใช่คดีอาญา จำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 ต่อสู้ทำนองเดียวกับจำเลยอื่น ๆ และว่าจำเลยที่ 1 ได้จ้างไปปลูกศาลา นายจงรับสารภาพศาลตัดสินไปแล้ว ศาลชั้นต้นฟังว่าที่เกิดเหตุเป็นที่ ซึ่งนายหล้ำได้เช่าจากวัดถาวรวรารามทำไร่มาประมาณ 1 ปีแล้ว จำเลยมีเจตนาบุกรุกเข้าไปโดยไม่เคารพสิทธิของบุคคลอื่นย่อมมีผิด และจำเลยได้ทำให้ทรัพย์เสียหายจริง พิพากษาว่า จำเลยทุกคนมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 227, 328, 324, 63 จำเลยที่ต้องโทษทุกคนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า การที่จำเลยเข้าไปขุดหลุมฝังเสาชักระดับเชือกไม่ได้แสดงให้เห็นว่า จำเลยเจตนาจะมิให้วัดถาวรวรารามครอบครองป่าช้าของวัดโดยปกติสุข ทั้งที่โจทก์อ้างในฟ้องว่า จำเลยเจตนาจะมิให้นายหล้ำครอบครองทรัพย์สินที่ปลูกไว้นั้น โดยปกติสุขเช่นนี้ไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกทางอาญาประสงค์คุ้มครองทรัพย์เคลื่อนจากที่มิได้ส่วนความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์นั้น จำเลยบังอาจเหยียบย่ำขุดหลุมกระทำแก่พืชที่เพาะปลูกไว้โดยรู้ว่าตนไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายอย่างใด จึงฟังว่าจำเลยทำให้เสียทรัพย์ พิพากษาแก้ให้ยกข้อหาฐานบุกรุก คงลงโทษจำเลยฐานทำให้เสียทรัพย์ตามมาตรา 324, 63 ฐานเดียว อัยการโจทก์ฎีกา ขอให้ลงโทษฐานบุกรุกด้วย ศาลฎีกาเห็นว่า นายตั้วจำเลยเบิกความรับว่า นายหล้ำเช่าที่พิพาทนี้จากวัดถาวรวราราม จำเลยไม่ได้ขออนุญาตจากนายหล้ำ ๆ ทักท้วงจำเลยกับพวกไม่ฟัง แม้จำเลยจะเข้าไปทำด้วยความศรัทธา เพื่อปลูกสร้างศาลาธรรมสังเวช เมื่อจำเลยบังอาจเข้ายึดถือเอาที่พิพาทปลูกศาลาโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมายแต่ประการใด ที่จะยกขึ้นอ้างอิงการกระทำของจำเลยเช่นนี้เรียกว่าเจตนากระทำให้วัดถาวรวรารามและนายหล้ำครอบครองที่พิพาทโดยไม่ปกติสุข จึงมีผิดฐานบุกรุกตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 327, 328 หาใช่เป็นการแย่งกรรมสิทธิ์ทางแพ่งไม่ พิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ ให้ บังคับคดี ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1483 - 1484/2497 พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี นายล่ำ หรือหล้ำ โจทก์ คุ้มภัยพาล นายบุญอยู่ ถนอมทรัพย์ โจทก์ นายตั้ว มุสิกบุตร ที่ 1 นายเติม ธรรมเนียม ที่ 2 จำเลย นายฉง ดอกรักษ์ ที่ 3 นายป๋อง คงถาวร ที่ 4 จำเลย นายโฝ พิจิตต์ ที่ 5 นายโรจน์ น่วมประฐม ที่ 6 จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 327 , ม. 328