ฎีกาที่ 1313/2496
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจำเลยฐานละเมิดโดยอ้างว่าจำเลยให้คนไปแจ้งความว่าโจทก์ทำผิดทางอาญาเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนจับกุมคุมขังโจทก์ไว้สอบสวน ทั้งนี้โดยความ ประมาท เลินเล่ออย่างร้ายแรงของจำเลยที่เชื่อถ้อยคำของผู้มาบอก ดังนี้ เป็นการฟ้องหาว่าละเมิดตามธรรมดา ไม่ใช่ละเมิดในมูลอันเป็นความผิดทางอาญา จึงมีอายุความฟ้องร้องเพียง 1 ปี
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นพนักงานโรงงานยาสูบจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือมอบฉันทะให้คนไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษโจทก์กับคนอื่น เป็นความอาญาว่าโจทก์กับพวกรู้เห็นร่วมมือกระทำการฉ้อโกงทรัพย์ของโรงงานยาสูบ ฯลฯ เป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนได้จับคุมขังโจทก์ไว้ทำการสอบสวน ทั้งนี้เพราะเหตุจำเลยที่ 1 ประมาท เลินเล่อโดยเชื่อถ้อยคำของจำเลยที่ 2 ซึ่งปราถนาจะแกล้งโจทก์ให้ต้องรับโทษโดยปราศจากความจริง จึงขอให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ฯลฯ ศาลแพ่งวินิจฉัยว่า คดีขาดอายุความละเมิด 1 ปี แล้ว จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนเฉพาะจำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 1 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาพิพากษาใหม่ จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าตามฟ้องโจทก์ที่บรรยายว่าจำเลยที่ 1 ได้จัดการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนได้จับกุมคุมขังโจทก์นั้น จะถือว่าเป็นข้อความที่กล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำผิดในทางอาญาฐานกระทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพมิได้ เพราะเป็นเรื่องในอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ฉะนั้นจะถือว่าฟ้องโจทก์เรียกค่าเสียหายในมูลอันเป็นความผิดมีโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามิได้จึงมิเข้าอยู่ในวรรคสองแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 448 คดีจึงขาดอายุความ 1 ปี พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ด้วย ฯลฯ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1313/2496 นายชั้น สร้อยพิสุทธิ์ โจทก์ กรมสรรพสามิตต์ (โดยหลวงประกอบธนกิจ อธิบดี) ที่ 1 พันเอก หลวงชำนาญ ยุทธศิลป์ (ผู้อำนวยการยาสูบ) ที่ 2 จำเลย ป.พ.พ. ม. 448