ฎีกาที่ 1442/2495
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 72
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดถูกพิพากษาให้ลงโทษ เพราะได้กระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใด แลเมื่อมันได้พ้นโทษไปแล้ว ไปกระทำความผิดขึ้นอีก ภายในเวลาที่ท่านกำหนดไว้ ท่านว่ามันไม่เข็ดหลาบ ผู้ใดศาลพิจารณาได้ความจ...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 282
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดใส่ความเอาผู้อื่น ซึ่งอาจจะให้เขาเสียชื่อเสียง หรืออาจจะให้คนทั้งหลายดูหมิ่นหรือเกลียดชังเขานั้น ถ้ามันกล่าวต่อหน้าคนแต่สองคนขึ้นไปก็ดี หรือกล่าวแก่บุคคลนับแต่สองคนขึ้นไปก็ดี...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 284
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
การฟ้องเอาโทษแก่ผู้กระทำผิดกฎหมายหมวดนี้นั้น ท่านให้ถือว่า ต่อผู้ที่ได้รับความเสียหายมาร้องทุกข์ จึงให้เจ้าพนักงานเอาคดีนั้นขึ้นว่ากล่าว อนึ่ง ถ้าผู้ที่ได้รับความเสียหายนั้น ตายเสี...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 339
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ความผิดลหุโทษ ในฐานกระทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพแลชื่อเสียง (1) ผู้ใดขู่เข็ญว่าจะทำให้เสียหายแก่เขาโดยฤทธิ์ร้ายแรงแต่ไม่เปนธรรม ท่านว่ามันมีความผิดต้องรวางโทษชั้น 3
ย่อสั้น
ด่าเขาว่า "อีร้อยควย อีดอกทอง " เป็นเพียงคำด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย มิใช่เรื่องใส่ความ จึงเป็นความผิดฐานหมิ่น ประมาท ซึ่งหน้าตาม ก.ม. ลักษณะอาญามาตรา 335(2) แต่ถ้อยคำที่กล่าวตอนต่อจากนั้นว่า " มันเย็ดกันทั่วเมือ ใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้น เย็ดกันรอบบ้านเย็ดกับยี่เก ฯลฯ" เหล่านี้มิใช่เป็นคำด่าว่ากันด้วยถ้วยคำหยาบคายธรรมดา แต่เป็นถ้อยคำที่ผู้ด่ากล่ายยืนยันให้เห็นว่าผู้ถูกด่าเป็นหญิงไม่ดี เที่ยวร่วมประเวณีกับคนทั่วไป โดยไม่เลือกสถานที่ จึงเป็นถ้อยคำที่ทำให้ผู้ถูกด่าเสื่อมเสียชื่อเสียง และอาจทำให้ผู้อืนดูหมิ่น เกลียดชังได้จึงเป็นการหมิ่น ประมาท ใส่ความตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 282 มิใช่เรื่อง ประมาท ซึ่งหน้า คดีหมิ่น ประมาท ซึ่งโจทก์ร้องขอให้พิสูจน์ความจริง ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 284 นั้น เมื่อปรากฏว่าในชั้นต้นจำเลยปฏิเสธว่ามิได้ทำผิด จนเมื่อศาลสืบพยานไปสิ้นแล้ว จำเลยจึงกลับรับสาราพว่าได้ทำผิดตามฟ้อง ศาลสอบถามถึงเรื่องที่โจทก์ขอให้พิสูจน์ความจริง จำเลยก็แถลงว่า ไม่สามารถพิสูจน์ได้ เช่นนี้ คดีเข้าลักษณะที่ว่าศาลได้บังคับให้จำเลยพิสูจน์ความจริง แต่จำเลยพิสูจน์ให้เห็นจริงมิได้ ดั่งที่บัญญัติไว้ในมาตรา 384 แล้ว คดีจึงลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 284 ได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 3/2496) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานหมิ่น ประมาท ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 282,284,335(2) และขอให้เพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบด้วย จำเลยรับสารภาพตลอดถึงข้อเพิ่มโทษด้วย แต่ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยผิดตามมาตรา 339 ซึ่งเป็นผิดฐานลหุโทษ ยันจะเพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบไม่ได้ จึงไม่ได้กล่าวถึงการเพิ่มโทษด้วย โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยควรมีผิดตามมาตรา 282 284 ในเรื่องเพิ่มโทษหรือไม่ ไม่ได้โต้เถียงกัน ดังนี้ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยผิดตามมาตรา 282 ซึ่งอาจเพิ่มโทษตามมาตรา 72 ได้แล้ว ศาลอุทธรณ์ก็ต้องเพิ่มโทษจำเลยตามฟ้องด้วย จะถือว่าฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ไม่ได้ขอให้เพิ่มโทษไม่ได้
ย่อยาว
คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานหมิ่น ประมาท ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 282,284,334(2),72 ขั้นแรกจำเลยปฏิเสธ แต่ภายหลังกลับรับสารภาพ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ถ้อยคำที่ด่าเป็นหมิ่นประมาณทซึ่งหน้าเท่านั้น จึงพิพากษาว่าจำเลยผิดเพียงตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 334 เท่านั้น โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 282 โจทก์และจำเลยฏีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เฉพาะคำว่า " อีร้อยควย อีดอกทอง " นั้นเป็นเพียงคำด่ากันด้วยถ้อยคำหยาบคาย มิใช่เป็นการใส่ความ คำด่าเช่นนี้เป็นความผิดฐานหมิ่น ประมาท ซึ่งหน้ำ ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 335 แต่ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวว่าต่อจากนั้นว่า "มันเย็ดกันทั่วเมือง ใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้น เย็ดกันรอบบ้าน เย็ดกับยี่เก ฯลฯ" เหล่านี้มีใช่คำด่ากันด้วยถ้อยคำหยาบคายธรรมดา แต่เป็นถ้อยคำที่จำเลยกล่าวยืนยันให้เห็นว่า น.ส. อารมณ์ลาภเป็นหญิงไม่ดี เที่ยวร่วมประเวณีกับคนทั่วไป โดยไม่เลือกสถานที่ ถ้อยคำดับนี้ทำให้ น.ส อารมณ์ลาภเสื่อมเสียชื่อเสียง และอาจทำให้คนอื่นดูหมิ่นเกลียดชังได้ จึงเป็นการหมิ่น ประมาท ใส่ความตามมาตรา 282 มิใช่เรื่องหมิ่น ประมาท ซึ่งหน้า ส่วนในปัญหา ว่าจะลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 284 ได้หรือไม่นั้น ศาลฏีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่แล้ว เห็นว่า คดีนี้ในชั้นต้นจำเลยปฏิเสธว่ามิได้ทำผิด จนเมื่อศาลสืบพยานไปสิ้นแล้ว จำเลยจึงกลับรับสารภาพว่าได้ทำผิดตามฟ้อง ศาลสอบถามถึงเรื่องที่โจทก์ ขอให้พิสูจน์ความจริง จำเลยก็แถลงว่าไม่สามารถจะพิสูจน์ได้ คดีจึงเข้าลักษณะที่ว่าศาลได้บังคับให้จำเลยพิสูจน์ความจริง แต่จำเลยพิสูจน์ให้เห็นจริงมิได้ ดั่งที่บัญญัตืไว้ในมาตรา 284 แล้ว คดีจึงลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 284 ได้ ในข้อเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 72 นั้นโจทก์ได้ขอมาก ทั้งจำเลยก็รับสารภาพ แต่หากศาลชั้นต้นชี้ขาดว่าจำเลยผิดตามมาตรา 339 อันเป็นความผิดฐานลหุโทษ ซึ่งจะเพิ่มโทษไม่ได้ ศาลชั้นต้นจึงไม่ได้กล่าวถึงการเพิ่มโทษด้วย ในชั้นอุทธรณ์ก็มีข้อโต้เถียงกันว่า ความผิดของจำเลยจะเป็นความผิดตามาตรา 339 หรือเมตตรา 282 ในเรื่องเพิ่มโทษหรือไม่ ไม่โต้เถียงกันแล้ว ฉะนั้นเมื่อศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยผิดฐานหมิ่น ประมาท ตามมาตรา 282 ซึ่งอาจเพิ่มโทษตามมาตรา 72 ได้แล้ว ก็ต้องเพิ่ม โทษจำเลยตามฟ้องด้วย จะถือว่าฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ก็ไม่ได้ขอให้เพิ่มโทษไมได้ จึงพิพากษาแก้ว่า จำเลยผิดตามมาตรา 284 ให้จำคุกจำเลย 3 เดือน ปรับ 400 บาท เพิ่มโทษตามมาตรน 72 อีก 1 ใน 3 แต่ควรลดโทษเพราะรับสารภาพเสีย 1 ใน 3 โทษเพิ่มโทษลดเท่ากัน หักกลบลบกันไป และให้รอการลงอาญาโทษจำคุกไว้ภายในกำหนด 3 ปี ฯลฯ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1442/2495 พนักงานอัยการ กรมอัยการ และ น.ส.อารมณ์ลาภ โอวาทวรวิทย์ โจทก์ ร.ด.เชษฐ หรือ พนม คติยากร ร.น. จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 72 , ม. 282 , ม. 258 , ม. 335 ป.วิ.อ. ม. 172 , ม. 225 , ม. 256