ฎีกาที่ 1192/2495
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
มารดาทำสัญญาจะขายที่ดินให้แก่เขา โดยได้รับเงินค่าที่ดินนั้นไว้บางส่วน และส่งมอบที่ดินให้เขาครอบครองแล้ว ครั้นมารดาถึงแก่กรรม บุตรผู้เป็นทายาทได้ไปขอรับเงินค่าที่ดินนั้นเพิ่มเติมจากผู้ซื้อ และรับว่าจะปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายที่ดินนั้น ดังนี้ ถือได้ว่าเป็นการรับสภาพหนี้ ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินให้แก่เขา แล้ว กลับเอาที่ดินไปจดทะเบียนการซื้อขายกันที่อำเภอ เมื่อปรากฎว่าญาติผู้ซื้อรับโอนที่ดินรายนี้ไว้โดยไม่สุจริต ล่วงรู้ถึงพฤติการณ์อันทำให้ผู้ซื้อคนแรกเป็นเจ้าหนี้ผู้ขายต้องเสียเปรียบแล้ว ผู้ซื้อคนแรกก็มีสิทธิที่จะขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายรายหลังนี้ได้ ตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 237
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า มารดาจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาจะขายที่นาพิพาท ซึ่งยังไม่มีโฉนดให้แก่โจทก์ โจทก์ได้ชำระราคาไปบ้างแล้ว และได้รับมอบนาพิพาทมาครอบครองตลอดมา บัดนี้มารดาจำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรม จำเลยที่ 1 บิดพลิ้วไม่ปฏิบัติตามสัญญา และยังสมยอมกับจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 เอานาพิพาทไปทำสัญญาขายแกาจำเลยที่ 2 โดยจำเลยทั้ง 2 สมคบกันเพื่อ ฉ้อโกง โจทก์ จึงขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนซื้อขายระหว่างจำเลยที่ 1 - 2 เสีย และให้จำเลยที่ 1 โอนขายที่นาพิพาทแก่โจทก์ตามสัญญา จำเลยต่อสู้คดีหลายประการ ศาลชั้นต้นพิพากษาเพิกถอนการจดทะเบียนซื้อขายระหว่างจำเลยเสีย กับให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโฉนดขายที่นาพิพาทแก่โจทก์ ฯลฯ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีโจทก์ขาดอายุความมรดก จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อมารดาจำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรมแล้ว จำเลยที่ 1 ได้มารับสภาพหนี้โดยขอรับเงินที่ดินรายนี้อีกบางส่วนจากโจทก์ และรับปฏิบัติตามสัญญา คดีจึงไม่ขาดอายุความ ส่วนข้อขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายนั้น ปรากฎว่า จำเลยที่ 2 เป็นน้องมารดาจำเลยที่ 1 มีความสัมพันธ์กันใกล้ชิดกัน ตามพฤติการณ์ต่าง ๆ เห็นได้ว่า จำเลยที่ 2 รับโอนที่นาพิพาทโดยไม่มสุจริต ล่วงรู้พฤติการณ์อันทำให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ 1 ต้องเสียเปรียบ โจทก์จึงชอบที่จะให้เพิกถอนนิติกรรมนี้เสียได้ตามมาตรา 237. ฯลฯ จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับกคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1192/2495 ขุนเปรมพลีเขต (เล็ก ชาลีชาติ) โจทก์ นางเผือด เสวีวัลลภ ที่ 1, นางสำเภา ดีหอมสิน ที่ 2 จำเลย ป.พ.พ. ม. 172 , ม. 1754 , ม. 237.