ฎีกาที่ 1371-1372/2495
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 60
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดพยายามจะกระทำความผิด แต่หากมีเหตุอันพ้นวิสัยของมันจะป้องกันได้ มาขัดขวางมิให้กระทำลงได้ไซร้ ท่านว่ามันควรรับอาญาตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น แบ่งเป็นสามส่วน ให้ลดอาญา...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 249
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดกระทำโดยเจตนาให้ผู้หนึ่งผู้ใดถึงแก่ความตาย ท่านว่ามันฆ่าคนโดยเจตนา มีความผิดให้ลงอาญาแก่มันตามโทษานุโทษเป็นสามสถาน คือ สถานหนึ่งให้ประหารชีวิต ให้มันตายตกไปตามกัน สถานหนึ่งให้...
ย่อสั้น
ผู้เสียหายและอัยการต่างเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยหาว่าพยายามฆ่าผู้เสียหายขอให้ลงโทษ คนละสำนวน ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันมา โดยพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์แม้จะปรากฎในชั้นอุทธรณ์ว่า ขณะฟ้องผู้เสียหายยังเป็นผู้เยาว์อายุ 19 ปี ไม่มีสิทธิที่จะดำเนินคดีได้โดยลำพังตนเองก็ดี ศาลย่อมให้โอาศแก่คู่ความฝ่ายที่บกพร่องในความสามารถแก้ไขความบกพร่องนั้น หรือศาลช่วยแก้ไขให้เสียเองก็ได้ แต่เมื่อไม่มีการแก้ไข และระยะเวลาล่วงเลยมาถึงขณะที่ศาลอุทธรณ์ฎีกากำลังพิจารณาคดีอยู่ ผู้เสียหายได้เป็นผู้ใหญ่และบรรลุนิติภาวะแล้ว ปัญหาเรื่องบกพร่องในความสามารถของผู้เสียหายโจทก์จึงหมดสิ้นไปและอัยการก็ได้เป็นโจทก์ฟ้องอยู่ด้วยสำนวนหนึ่ง ศาลก็ได้พิจารณาอยู่แล้วดังนี้ ศาลไม่ชอบที่จะยกฟ้องสำนวนที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์เพราะเหตุดังกล่าว
ย่อยาว
คดีสองสำนวนพิจารณาพิพากษารวมกันมาโดยอัยการฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันฆ่านายสมนึกผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่าให้ตาย แต่นายสมนึกไม่ตายสมเจตนาของจำเลย และนายสมนึกก็ฟ้องหาว่าจำเลยกระทำโดยความพยาบาทมาดหมายด้วย จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทุกคนมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 249, 60,. ให้จำคุกคนละ 15 ปี ลดฐานพยายามลง 1 ใน 3 คงให้จำคุกคนละ 10 ปี จำเลยทุกคนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า สำนวนที่นายสมนึกเป็นโจทก์ ขณะฟ้องนายสมนึกมีอายุเพียง 19 ปี ยังไม่ปรากฎว่าบรรลุนิติภาวะแล้ว ยังไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้องด้วยตนเองโดยลำพัง จึงยกฟ้องเฉพาะสำนวนสมนึกเป็นโจทก์ ส่วนสำนวนอัยการเป็นโจทก์ สงสัยคำพยานโจทก์ จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง ปล่อยจำเลยไป อัยการโจทก์และนายสมนึกโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะฟ้องคดีนี้นายสมนึกยังเป็นผู้เยาว์ บกพร่องในเรื่องความสามารถ ไม่มีสิทธิที่จะคดีโดยลำพังตนเอง แต่เห็นว่าเหตุข้อนี้ไม่ถึงกับศาลจะยกฟ้องเสียทีเดียว เพราะตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 45 วรรคต้นและ 56 วรรค 2 , 3 และวรรคท้าย ซึ่งอนุโลมนำมาใช้ในกรณีนี้ได้ ศาลย่อมให้โอกาศแก่คู่ความฝ่ายที่บกพร่องในความสามารถแก้ไขความบกพร่องนั้น หรือศาลช่วยแก้ไขเองได้ แต่เมื่อไม่มีการแก้ไข และระยะเวลาล่วงเลยมาถึงขณะนี้ซึ่งนายสมนึกได้เป็นผู้ใหญ่บรรลุนิติภาวะแล้ว ปัญหาเรื่องบกพร่องในความสามารถของนายสมนึกจึงหมดสิ้นไป และกรณีนี้ อัยการก็ได้เป็นโจทก์ฟ้องอยู่ด้วยสำนวนหนึ่ง ศาลได้รวมการพิจารณาอยู่แล้ว ศาลฎีกาจึงไม่เห็นชอบด้วยศาลอุทธรณ์ในการที่ให้ยกฟ้องของนายสมนึกเพราะเหตุดักล่าว ส่วนข้อเท็จจริง คงฟังว่า จำเลยกระทำผิดจริง จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ บังคับคดี ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นทุกประการ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1371 - 1372/2495 อัยการพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นายโต มีสมนัย กับพวก จำเลย นายสมนึก มีสมทรัพย์ โจทก์ นายโต มีสมนัย กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. ม. 3 , ม. 5 , ม. 15 , ม. 28. ป.วิ.พ. ม. 45 , ม. 56.