ฎีกาที่ 957/2495
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
สัญญากู้เงินกันมอบที่ดินให้ผู้ให้กู้ครอบครองทำกินต่างดอกเบี้ย และตามสัญญามีเงื่อนไขด้วยว่าถ้าผู้กู้ประสงค์จะขายที่ดินที่ประกันนั้นแก่ผู้ให้กู้ภายในกำหนด 6 ปี ผู้ให้กู้ยินยอมรับซื้อเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ถ้าพ้นกำหนด 6 ปี แล้ว ผู้กู้ต้องชำระหนี้เงินกู้ให้ผู้ให้กู้จนครบถ้วน หรือมิฉะนั้นก็ต้องมีการตกลงกันใหม่ ดังนี้เมื่อพ้นกำหนด 6 ปี แล้ว ผู้กู้ไม่ประสงค์จะขายที่ดิน แต่เลือกเอาทางชำระหนี้เงินกู้ได้ ผู้ให้กู้จะฟ้องขอให้ผู้กู้ขายที่ดินให้ตนเหมือนสัญญาจะซื้อขายธรรมดา ไม่ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินของจำเลยครึ่งหนึ่งแก่โจทก์เป็นเงิน 880 บาท โดยจำเลยตกลงขอรับเงินราคาที่ดินส่วนหนึ่งเป็นเงิน 740 บาท และได้ทำเป็นการกู้กันไว้จะชำระเงินอีก 140 บาท ให้จำเลยในวันที่จำเลยจัดการโอนกรรมสิทธิที่ดินให้โจทก์ บัดนี้จำเลยเพิกเฉยเสีย จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยให้โอนที่ให้โจทก์ตามสัญญา ศาลชั้นต้นพิพากษายอฟ้องและให้โจทก์รับชำระหนี้ 740 บาท จากจำเลยตามฟ้องแย้งของจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยขายที่ดินให้แก่โจทก์ตามสัญญา ฯลฯ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจประชุมปรึกษาแล้ว ตามกรมธรรม์สัญญาระหว่างโจทก์จำเลย มีว่า "ข้อ 1 ผู้กู้ยืมได้ยืมเงินไปจากผู้ให้กู้ยืมเป็นจำนวนเงิน 740 บาท และผู้กู้ยืมได้รับเงินจำนวนนี้ไปครบถ้วนแต่วันทำหนังสือสัญญา ข้อ 2 ผู้กู้ยืมตกลงว่าจะใช้ต้นเงินให้แก่ผู้ให้กู้ยืมในวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2491 หรือภายใน 6 ปีนับแต่วันทำหนังสือสัญญานี้เป็นต้นไป ข้อ 4 ........ที่ผู้กู้ยืมได้นำมาเป็นประกันแก่ผู้ให้กู้ยืมนั้น...... ผู้กู้ยืมมีความประสงค์จะแบ่งขายให้แก่ผู้ให้กู้ยืมครึ่งหนึ่ง ฯลฯ ข้อ 5 เมื่อครบกำหนดสัญญาตามข้อ 2 ผู้กู้ยิมยังมิได้จัดการโอนที่ดินแปลงนี้ให้เป็นกรรมสิทธิของผู้ให้กู้ยืม ผู้กู้ยืมจะต้องชำระเงินกู้ที่กู้ยิมไปแก่ผู้ให้กู้ยิมจนหมดสิ้นหรือจะตกลงกันได้แล้วแต่กรณี ที่ดินที่ผู้กู้ยืมแบ่งขายให้แก่ผู้ให้กู้ยืมนี้ จะขายเป็นราคาทั้งสิน 880 บาท ในวันนี้ได้รับแล้ว 740 บาท ยังคงเหลืออีก 140 บาท ผู้ให้กู้ยืมจะชำระเมื่อได้โอนที่ดินกันเรียบร้อยแล้วภายในกำหนดสัญญา ถ้าหากผู้กู้ยืมสามารถที่จะจัดการโอนกรรมสิทธิที่ดินให้ได้ในเวลาใดก็ดี และเมื่อได้ประพฤติตามสัญญากู้นี้ถูกต้องแล้ว สัญญานี้เป็นอันหมดอายุโดยมิต้องคำนึงถึงอายุสัญญาตามข้อ 2" ตามข้อสัญญาดังกล่าวนี้ สาระสำคัญอยู่ที่การกู้เงินกัน แม้จำเลยจะได้มอบที่ดินให้โจทก์เข้าครอบครองก็เป็นการทำกินต่างดอกเบี้ย แต่มีเงื่อนไขตามข้อ 4, 5 ว่าถ้าจำเลยประสงค์จะขายให้แก่โจทก์ภายใน 6 ปี โจทก์ยินยอมรับซื้อเป็นราคา 880 บาท และจะชำระเงินที่ยังขาดอีก 140 บาท เมื่อทำการโอนที่ดินกัน ถ้าพ้นกำหนด 6 ปีแล้ว จำเลยต้องชำระเงินกู้ให้โจทก์จนครบถ้วน หรือมิฉะนั้นก็ต้องมีการตกลงกันใหม่ ไม่ใช่บังคับว่าจำเลยจะต้องขายให้โจทก์เช่นสัญญาจะซื้อขายธรรมดา โจทก์ฟ้องคดีนี้เกินกำหนด 6 ปีแล้ว ไม่มีทางจะเอาที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิได้ จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ให้ บังคับคดี ตามศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 957/2495 นางหมี่ แซ่ตัน โจทก์ นางพัน ประทีป ณ ถลาง จำเลย ป.พ.พ. ม. 172 , ม. 368 , ม. 454 , ม. 456 , ม. 650.