ฎีกาที่ 728/2494
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ผู้เสียหายร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับอัยการซึ่งได้ฟ้องจำเลยหาว่ากระทำผิดฐานหนึ่งอยู่แล้ว ผู้เสียหายจะมาเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในเรื่องการกระทำของจำเลยอันเดียวกันนั้นอีกไม่ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยยักยอกบัญชีรับจ่ายเงินการทำไม้เสาที่โจทก์จำเลยได้ตกลงเข้าหุ้นส่วนกัน ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 314 ปรากฎว่า ในการกระทำของจำเลยคราวนี้ อัยการได้เป็นโจทก์ฟ้องจำเลย ขอให้ลงโทษฐานซ่อนเร้น ทำลายหนังสือสำคัญ ฉ้อโกง ทำให้เสียทรัพย์ โจทก์ในคดีนี้ได้ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็น โจทก์กับอัยการในคดีนั้นด้วยแล้วโจทก์ในคดีนี้มาฟ้องคดีนี้ขึ้นอีก หาว่ายักยอกบัญชีรายเดียวกัน ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์กับอัยการได้ หรือจะฟ้องเป็นคดีขึ้นใหม่ก็ได้ ในทางใดทางหนึ่ง กฎหมายไม่ได้อนุญาตให้กระทำได้พร้อมกันทั้ง 2 ทางฉะนั้นคดีนี้โจทก์จะมาฟ้องอีกไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 173 วรรค 2(1) ประกอบด้วย ป.ม.วิ.อาญามาตรา 15 จึงไม่รับฟ้องให้จำหน่ายคดีเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ในคดีนี้ได้ร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับอัยการในเรื่องการกระทำของจำเลยอันเดียวกันนี้แล้ว จะมาเป็นโจทก์ฟ้องคดีนี้ขึ้นอีกเป็นการไม่ชอบด้วยบทกฎหมายตามที่ศาลล่างทั้งสองอ้างมา เท่ากับผู้เสียหายในเรื่องนี้เป็นโจทก์ฟ้องกล่าวหาจำเลยในการที่จำเลยกระทำลงคราวเดียวเป็น 2 คดีซ้ำกัน และในศาลเดียวกัน ศาลล่างไม่รับฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณา ชอบแล้ว คงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 728/2494 นายเชย ยิ่งพงษ์ชัย โจทก์ นางเตือนใจ สุจิระกุล จำเลย พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม. 18 ป.วิ.พ. ม. 173 วรรค2 (1) ป.วิ.อ. ม. 15