ฎีกาที่ 156/2494
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยไม่มีส่วนรู้เห็นกับผู้กระทำผิด จึงให้ยกฟ้อง แต่วินิจฉัยต่อไปว่าจำเลยเคยเชิดผู้กระทำผิดเป็นตัวแทนทำให้ผู้เสียหายเข้าใจผิด จำเลยจึงต้องรับผิดต่อผู้เสียหายเสมือนผู้กระทำผิดเป็นตัวแทนของจำเลยพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายดังนี้ ข้อเท็จจริงที่ฟังว่า ผู้กระทำผิดเป็นตัวแทนนี้ เป็นการวินิจฉัยคดีเฉพาะในส่วนแพ่งโดยตรง ซึ่งไม่เกี่ยวกับคดีอาญาแต่อย่างใดศาลสูงจึงไม่จำเป็นจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาในเรื่องตัวแทนนี้ด้วย
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยสมคบกัน ฉ้อโกง โจทก์ ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 304,305,306( 3 ), 314 กับให้ใช้เงิน 4490 บาทและดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง คงประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1, - 2, -3, และในชั้นพิจารณาส่งหมายให้จำเลยที่ 1 ไม่ได้ โจทก์จึงขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 คงขอให้พิจารณาเฉพาะจำเลยที่ 2 - 3 เท่านั้น ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภรรยาน้อยจำเลยที่ 2 เป็นผู้กระทำผิด แต่จำเลยที่ 2 - 3 ไม่รู้เห็นด้วยจำเลยที่ 2 - 3 จึงยังไม่ผิดทางอาญา แต่ในทางแพ่งจำเลยปล่อยให้จำเลยที่ 1 ผู้เป็นภรรยาน้อยไปติดต่อค้าขายกล่าวอ้างทำการในนามของจำเลย ๆ ก็เคยรับรองการกระทำนั้น ๆ โจทก์จึงเชื่อถือจึงได้มอบเงินและทรัพย์สิ่งของให้ไปในคดีนี้ แม้จำเลยจะไม่ได้รู้เห็นก็ต้องรับผิดตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 821 - 822 จึงพิพากษายกฟ้องในทางอาญา แต่ให้จำเลยรับผิดใช้เงินโจทก์ 4000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา (ในส่วนแพ่ง) ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 46ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงในส่วนอาญา ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าจำเลยไม่ได้รู้เห็นเกี่ยวข้องในการที่นางประยูร ( จำเลยที่ 1 ) ไปเอาเงินและให้คนไปรับเอาของคืนมา แต่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยต่อไปอีกว่า จำเลยเคยปล่อยให้นางประยูรไปกล่าวอ้างทำการในนามของจำเลย และเคยรับรองการกระทำนั้น ๆ แม้จำเลยจะไม่ได้รู้เห็นในเรื่องนี้ จำเลยก็ต้องรับผิดดังว่านางประยูรเป็นตัวแทนของจำเลยนั้น ข้อนี้เห็นว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยเฉพาะคดีในส่วนแพ่งโดยตรง ซึ่งไม่เกี่ยวแก่คดีอาญาแต่อย่างใด ศาลฎีกาจึงไม่จำเป็นต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมา และเห็นว่าตามข้อเท็จจริง จะฟังว่านางประยูรเป็นตัวแทนของจำเลยในการที่เอาเงินของโจทก์ไป ไม่ได้ จึงพิพากษาแก้ว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดในจำนวนเงิน 4,000 บาทตามที่ศาลล่างได้พิพากษามา ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 156/2494 นายคำนวน พู่คนองศรี โจทก์ นางประยูร พรมจรรยา ที่ 1, นายตาด พรมจรรยา ที่ 2, นางตีบ พรมจรรยา ที่ 3, น.ส.ม้วย ที่ 4, น.ส.สวิง ที่ 5 จำเลย ป.วิ.อ. ม. 46