ฎีกาที่ 1735/2493
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ผู้มีกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองที่ดิน ย่อมมีสิทธิฟ้องผู้ที่นำเจ้าพนักงานที่ดินมารังวัดที่นั้นเพื่อออกโฉนดให้เป็นของผู้อื่นเป็นจำเลยโดยฟ้องขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่นั้น และห้ามมิให้มารบกวนการครอบครองที่นั้นได้ แม้ว่าจำเลยจะกระทำไปตามหน้าที่ราชการและอาศัยสิทธิของบุคคลที่ 3 ก็ดี ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะเรียกบุคคลที่ 3 ซึ่งจำเลยอาศัยสิทธินั้นเข้ามาในคดี หาใช่เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องฟ้องบุคคลที่ 3 ซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับโจทก์นั้นไม่
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า ที่รายพิพาท โจทก์ได้รับมรดกมาและครอบครองเป็นเจ้าของมา 30 ปีเศษแล้ว ครั้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2485 จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานศาสนสมบัติโดยตำแหน่งได้นำเจ้าพนักงานช่างแผนที่ทำการรังวัดเอาที่ของโจทก์รายนี้หมดทั้งแปลงโดยจำเลยที่ 1 ได้รับคำสั่งจากจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ้างว่าที่รายนี้เป็นที่ของวัดน้อย (ร้าง) แต่ความจริงที่รายนี้หาได้อยู่ในเขตวัดน้อยไม่ การกระทำของจำเลยเป็นการ ละเมิด สิทธิของโจทก์ จึงขอให้ศาลแสดงว่าที่รายนี้ โจทก์ได้รับมรดกครอบครองมาช้านานควรได้กรรมสิทธิ์ และห้ามจำเลยทั้ง 2 เข้าเกี่ยวข้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามฟ้องโจทก์มิได้ตั้งข้อพิพาทกับกรมการจังหวัด ในฐานะผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการหรือกับกระทรวงศึกษาธิการประเด็นในข้อกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองนี้ ไม่ใช่ข้อพิพาทกับจำเลยทั้ง 2 ซึ่งโจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัว ฟ้องของโจทก์ข้อที่ขอให้แสดงกรรมสิทธิ์ของโจทก์ในที่พิพาทจึงไม่ใช่ประเด็นที่จะพึงวินิจฉัยในคดีนี้ จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีฟังได้ว่าโจทก์ มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่พิพาท และจำเลยนำเจ้าพนักงานที่ดินมารังวัดที่พิพาทเพื่อออกโฉนดให้เป็นของผู้อื่น (วัดน้อยร้าง) เสีย การกระทำของจำเลยย่อมเป็นการ ละเมิด โต้แย้งกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่พิพาทของโจทก์ ๆ จึงมีอำนาจฟ้องขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่พิพาทของโจทก์ได้แม้ว่าจำเลยจะได้กระทำในหน้าที่ราชการโดยอ้างว่าจำเลยมีสิทธิที่จะกระทำได้โดยอาศัยอำนาจของกระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นบุคคลที่ 3 ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะเรียกให้บุคคลที่ 3 ที่จำเลยอาศัยสิทธินั้นเข้ามาในคดี หาใช่เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะฟ้องบุคคลที่ 3 ซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับโจทก์นั้นไม่ จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาคดีนี้ใหม่แล้วพิพากษาไปตามนัยนี้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1735/2493 น.ส.สมบุญ อุโคสกิจ (ตาย) นางละม่อม ภูมาศวิน โจทก์ ผู้รับมรดกความ โจทก์ นายเปลื้อง สารทประภา ที่ 1 นายวิโรจน์ กมลพันธ์ ที่ 2 จำเลย ป.วิ.พ. ม. 55 ป.พ.พ. ม. 1336 , ม. 1375