ฎีกาที่ 1656/2493
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การเข้าไปอยู่ในห้องของเขา แม้ในชั้นต้นจะมิใช่เป็นการ ละเมิด แต่เมื่อเจ้าของเขาไม่ประสงค์จะให้อาศัยอยู่ต่อไป และบอกให้ออกไปแล้ว ยังขืนอยู่ดังนี้ ย่อมเป็นการ ละเมิด ต่อเจ้าของ เจ้าของห้องทำสัญญาให้ผู้เช่า เช่าห้องไปแล้ว แต่ปรากฏว่ามีคนอื่นเข้าอาศัยอยู่ในห้องนั้น เจ้าของบอกให้ออกไปจากห้อง ผู้นั้นก็ไม่ยอมออก ดังนี้ ย่อมถือว่าผู้นั้น ละเมิด และเป็นเหตุให้เจ้าของส่งมอบห้องให้ผู้เช่าไม่ได้ เจ้าของห้องมีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้นั้นได้
ย่อยาว
ได้ความว่า ตึกพิพาทเป็นของโจทก์ เดิมมีนายมีฟูเป็นผู้เช่าครั้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2491 นายมีฟูมอบตึกนี้ให้นางข้องครอบครองและในเดือนนั้นเองนางข้องให้นางถนอมเข้ามาอยู่อาศัย ต่อมานางถนอมได้พาเอาจำเลยเข้ามาอยู่ด้วย นางข้องไม่พอใจจำเลย นางข้องจึงออกจากห้องไปอยู่ที่อื่น ครั้นวันที่ 1 มกราคม 2492 นายมีฟูโอนสิทธิการเช่าให้แก่นางข้อง ๆ ได้ทำสัญญาเช่ากับโจทก์โดยตรงและชำระค่าเช่าให้โจทก์ตลอดมา แต่จำเลยไม่ยอมออกจากตึกรายนี้เป็นเหตุให้โจทก์ส่งมอบตึกให้นางข้องไม่ได้ โจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลย และบริวารออกจากตึกพิพาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จำเลยอ้างว่า จำเลยได้เข้ามาอยู่โดยความยินยอมของผู้รับสิทธิจากโจทก์ จึงไม่เป็นการ ละเมิด นั้น ได้ความว่านางข้องผู้เช่าได้ให้นางถนอมอาศัย นางถนอมพาจำเลยเข้ามาอยู่ด้วยหาใช่นางข้องเป็นผู้ให้จำเลยอยู่ไม่ อย่างไรก็ดี แม้ในชั้นต้นจะมิใช่เป็นการ ละเมิด แต่เมื่อเจ้าของไม่ประสงค์จะให้อาศัยอยู่ต่อไปและบอกให้จำเลยออกแล้ว จำเลยยังขืนอยู่ จึงเป็นการ ละเมิด โจทก์ผู้เป็นเจ้าของห้องย่อมมีอำนาจฟ้องได้ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1656/2493 สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โจทก์ โดยหม่อมทวีวงศ์ ถวัลย์ศักดิ์ โจทก์ นายประยูร ปานะดิษฐ จำเลย ป.พ.พ. ม. 420 , ม. 537 , ม. 546 ป.วิ.พ. ม. 55