ฎีกาที่ 2085/2492
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 222
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังจะว่าต่อไปนี้ โดยลักษณ์ที่สามารถอาจจะเกิดความเสียหายขึ้นแก่สาธารณชน หรือแก่บุคคลผู้หนึ่งผู้ใด คือว่า (1) มันทำหนังสือปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนใด...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 223
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดปลอมหนังสือ แม้ไม่ตั้งใจถึงจะให้เป็นหนังสือสำคัญ หรือถึงเป็นหนังสือราชการก็ดี ถ้าแลหนังสือนั้นได้ปลอมขึ้นเป็นหนังสือที่แท้จริง ท่านว่ามันมีความผิด ต้องรวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเด...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 224
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดปลอมหนังสือ โดยตั้งใจจะให้เป็นหนังสือสำคัญก็ดี หรือเป็นหนังสือราชการก็ดี ท่านว่ามันมีความผิด ต้องรวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนขึ้นไปจนถึงห้าปี แลให้ปรับตั้งแต่สองร้อยบาทขึ้นไปจนถ...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 304
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดใช้อุบายหลอกลวงด้วยประการใดใด อันต้องประกอบด้วยเอาความเท็จมากล่าว หรือแกล้งปกปิดเหตุการณ์อย่างใดใดที่มันควรต้องบอกให้แจ้งนั้น โดยมันมีเจตนาทุจริตคิดหลอกลวงให้ผู้หนึ่งผู้ใดส่งท...
ย่อสั้น
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยหลอกลวงให้โจทก์เซ็นชื่อในหนังสือฉบับหนึ่งภายหลังปรากฏว่า หนังสือนั้นเป็นใบรับเงิน ขอให้ลงโทษฐานปลอมหนังสือแต่โจทก์กลับเบิกความปฏิเสธหนังสือนั้นว่า ไม่ใช่ลายเซ็นชื่อของโจทก์ที่เซ็นไว้ดังนี้ถือว่าหนังสือนั้นต่างรายคนละฉบับกับที่โจทก์ฟ้อง ถ้าจะถือว่าเป็นฉบับที่โจทก์ฟ้อง ก็ต่างกับคำบรรยายฟ้องของโจทก์ และโจทก์นำสืบไม่สมฟ้อง จะลงโทษจำเลยมิได้
ย่อยาว
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเขียนข้อความ ซึ่งมิใช่ความจริงขึ้นและหลอกลวงให้โจทก์ลงชื่อในหนังสือที่จำเลยเขียนไว้นั้น โจทก์ได้ลงชื่อให้ ภายหลังปรากฏว่า เป็นใบรับเงิน 1,600 บาท ว่าจำเลยได้ใช้หนี้ค่าข้าวเปลือกที่ค้างให้แก่โจทก์แล้ว โจทก์จึงฟ้องว่าหนังสือนั้นเป็นหนังสือปลอม ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304, 222(1), 223, 224 จำเลยให้การปฏิเสธและต่อสู้ว่า ไม่ใช่หนังสือปลอม ในวันพิจารณาจำเลยได้ส่งหนังสือนี้ต่อศาลตามโจทก์อ้างทนายโจทก์ได้ตรวจดูแล้ว รับรองว่าใช่ที่อ้าง ศาลหมาย ก. ไว้ครั้นเวลาสืบพยานโจทก์กลับเบิกความปฏิเสธหนังสือหมาย ก. ว่าไม่ใช่ลายเซ็นชื่อของโจทก์ที่เซ็นไว้ ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยไม่ผิดฐาน ฉ้อโกง ส่วนหนังสือหมาย ก. นั้นโจทก์จะได้เซ็นชื่อให้ไว้ หรือไม่ได้เซ็นให้ไว้ จำเลยเซ็นปลอมขึ้นเองทั้งฉบับก็ดี ไม่เป็นข้อสำคัญ เมื่อจำเลยเขียนข้อความปลอมขึ้น ก็ถือว่าจำเลยปลอมขึ้นทั้งฉบับ จำเลยผิดฐานปลอมหนังสือตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 222(1), 224 จำคุก 1 ปี 6 เดือนข้อหาฐาน ฉ้อโกง ให้ยก ศาลอุทธรณ์เห็นว่า หนังสือหมาย ก. ไม่ใช่ฉบับที่โจทก์กล่าวในฟ้อง ลงโทษฐานปลอมหนังสือตามฟ้องไม่ได้ พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องปล่อยจำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า หนังสือหมาย ก. ไม่ใช่หนังสือที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลอม และกลายเป็นต่างฉบับต่างรายกันไป ถ้าจะถือว่าหนังสือหมาย ก. เป็นเอกสารที่โจทก์ฟ้องว่าปลอม โดยทำปลอมขึ้นทั้งฉบับ ตลอดทั้งลายเซ็นชื่อของโจทก์ด้วย ก็ต่างกับคำบรรยายฟ้องของโจทก์ เป็นคนละเรื่องและเรียกได้ว่าโจทก์นำสืบไม่สมฟ้องจะลงโทษจำเลยมิได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2085/2492 นายฟอง กาลุ่น โจทก์ นายบุญกอง อุดมเดช จำเลย ป.วิ.อ. ม. 158 (5) , ม. 192