ฎีกาที่ 612/2488
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
บิดามารดาซึ่งนำสืบได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่แล้ว ไม่ต้องรับผิดร่วมกับบุตรผู้เยาว์ที่ไปทำการ ละเมิด บุตรผู้เยาว์ไปฉุดคร่าห์กักขังและข่มขืนกระทำชำเราหญิง เมื่อบิดามารดาใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่แล้วไม่ต้องรับผิดร่วมกับบุตร
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1-2 ฉุดคร่าห์กักขังและข่มขืนกระทำชำเราโจทก์ จำเลยที่ 3-4-5 เป็นบิดามารดาจำเลยที่ 1-2 ไม่ระมัดระวังจำเลยที่ 1-2 ผู้เยาว์ ขอให้รับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทน จำเลยทุกคนปฏิเสธความรับผิด "จำเลยที่ 3-4 ให้การว่า เป็นบิดามารดาจำเลยที่ 1 จริงจำเลยที่ 5 รับว่าเป็นบิดาจำเลยที่ 2 จริง แต่จำเลยไม่ต้องรับผิดในฐานเป็นบิดามารดากับบุตร เพราะจำเลยที่ 1 บรรลุนิติภาวะแล้วคือมีภริยาและบุตร 1 คน หากการกระทำของจำเลยที่ 1-2 ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว แม้จะเป็นผิดกฎหมายประการใดก็ตามจำเลยที่ 3-4-5 เห็นว่าเป็นการนอกเหนือจากขอบเขตต์อำนาจที่จำเลยจะพึงระมัดระวังและดูแลตามหน้าที่อันควร หาใช่เป็นการที่ต้องใช้ความระมัดระวังอันควรแก่หน้าที่ไม่" ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยที่ 1-2 ซึ่งเป็นผู้เยาว์ทำ ละเมิด ต่อโจทก์จริง จำเลยที่ 3-4-5 มิได้ร่วมทำการ ละเมิด ด้วยให้จำเลยที่ 1-2 ใช้ค่าสินไหมทดแทนโจทก์ จำเลยที่ 3-4-5 ไม่ต้องร่วมรับผิดด้วย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยที่ 3-4-5 มิได้ต่อสู้ว่าคนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่เพียงแต่ต่อสู้ว่าจำเลยที่ 1 มิใช่ผู้เยาว์ แต่ก็นำสืบข้อนี้ไม่ได้คดีไม่มีประเด็นให้จำเลยที่ 3-4-5 พิสูจน์ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่แล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ 3-4-5 รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1-2 ด้วย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าคำให้การจำเลยที่ 3-4-5 พอสรุปความได้ว่าจำเลยให้การว่า การกระทำของบุตรเหลือที่บิดามารดาจะระมัดระวังแล้วและเห็นว่าจำเลยที่ 3-4-5 ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว จำเลยที่ 3-4-5 ไม่ต้องรับผิดร่วมกับบุตรผู้เยาว์ที่ไปทำ ละเมิด ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 612/2488 นายเอี๊ย แซ่ปึงบิดาผู้แทน น.ส.เกียง โจทก์ นายประคอง นาคเกิด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 420 , ม. 430 ป.วิ.พ. ม. 183 , ม. 185 , ม. 177