ฎีกาที่ 114/2488
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
หญิงมีสามีกู้เงินโดยไม่ได้รับความยินยอมของสามีสัญญานั้นเป็นโมฆียะ เมื่อสามีบอกล้างนิติกรรมนั้นแล้วหญิงก็ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวซึ่งเจ้าหนี้ฟ้องขอแยกสินบริคณห์เพื่อเอาชำระหนี้ได้ เมื่อคดีไม่ปรากฎว่าเป็นสามีภรรยากันมาก่อนหรือหลังใช้ประมวลแพ่งฯ บรรพ 5 ศาลย่อมแบ่งสินสมรสให้สามีภรรยานั้นคนละครึ่ง.
ย่อยาว
ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 1-2 ใช้เงินกู้แก่โจทก์แล้วโจทก์ยึดทรัพย์จำเลยที่ 3-4 ซึ่งเป็นสามีจำเลยที่ 1-2 ร้องขัดทรัพย์ว่าจำเลยที่ 1-2 กู้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากคนและตนได้บอกล้างนิติกรรมกู้แล้ว ศาลจึงสั่งสอนการยึด โจทก์จึงมาฟ้องคดีขอให้แยกสินบริคณห์ส่วนของจำเลยที่ 1 กับที่ 3 คนละกึ่ง ส่วนของจำเลยที่ 2 และที่ 4 คนละกึ่ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีดังฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการขอแยกสินบริคณห์ชำระหนี้ของภรรยาได้นั้นเฉพาะแต่หนี้ตาม ม.39 และ 41 เท่านั้น หนี้รายนี้ไม่ใช่หนี้ตามมาตรานั้น จึงขอแยกสินบริคณห์ไม่ได้ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าหญิงมีสามีเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะแล้ว นิติกรรมที่ทำขึ้นจึงผูกพันหญิงได้ตาม ป.ม.แพ่งฯ ม.37 และตามมาตรา 1483 เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิขอให้แยกสินบริคณห์ออกเป็นสินส่วนตัวของหญิงเพื่อ บังคับคดี ได้ โดยมิได้มีข้อจำกัดว่า จะต้องเป็นกรณีย์ที่หญิงก่อนหนี้ขึ้นตาม ม.39 และ 41 และที่ศาลชั้นต้นให้แบ่งแยกสินบริคณห์เป็น 2 ส่วน เป็นของภรรยา 1 ส่วนก็ชอบแล้ว เพราะทางพิจารณาไม่ปรากฎว่า คดีอยู่ในบังคับกฎหมายลักษณะผัวเมียอันจะต้องแบ่งแยกเป็นของสามี 2 ส่วน ภรรยา 1 ส่วน จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ยืนตามศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 114/2488 นายเตื่อ จันหอม โจทก์ นางนวม,นางเนียม,นายเนตร,นายช่วง จำเลย ป.พ.พ. ม. 21 , ม. 37 , ม. 38 , ม. 39 , ม. 41 , ม. 138 , ม. 1483 , ม. 1517 กฎหมายลักษณะผัวเมีย