ฎีกาที่ 676/2487
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เพียงแต่สัญญาจะทำการสมรส แต่ไม่มีของหมั้นจะฟ้องเรียกค่าทดแทนถานผิดสัญญาไม่ได้
ย่อยาว
กรนีมีว่าจำเลยที่ 1 ได้ไห้จำเลยที่ 2 ทำการหมั้นนางสาวฉนำบุตรโจทกับนายควนบุตรจำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยบอกเลิกการหมั้นโจนจึงฟ้องเรียกค่าทดแทนไนการผิดสัญญาหมั้นจากจำเลย ไนวันที่ 2 สถานคู่ความทั้งสองฝ่ายรับกันว่า เปนแต่พูดตกลงว่าจะสมรสหามีการสอบของหมั้นแต่หย่างไดไม่ สาลชั้นต้นเห็นว่าการหมั้นตามประมวนกดหมายแพ่งและพานิชตามมาตรา 1436 ถึง 1444 นั้น ชายจะต้องมอบของหมั้นไห้แก่หยิง แต่คดีนี้ หาได้มอบของหมั้นไห้แก่หยิงไม่ จึงเรียกค่าทดแทนตามมาตรา 1439 ไม่ได้ พิพากสายกฟ้อง สาลอุธรน์เห็นว่า ไม่มีกดหมายมาตราไดบังคับว่าการหมั้นจะต้องมีสิ่งของมอบไห้แก่กันคำว่า "หมั้น" เปนแต่คำบ่งชื่อสัญญาว่าเนปสัญญาประเภทไหน สัญญาตกลงจะทำการสมรสมีผลเหมือนสัญญาธัมดา ถ้าทีของหมั้นก็มีผลเหมือนได้วางมัดจำกันอีกหนึ่งหย่างเดียวกับสัญญาอื่น ๆ จึงพิพากสาไห้สาลชั้นต้นพิจารนาพิพากสาไหม่ จำเลยดีกา สาลดีกาเห็นว่าประมวนกดหมายแพ่งและพานิชบัพ 5 ไม่ได้อธิบายไว้ว่าการหมั้นต้องทำหย่างไร เปนแต่กล่าวว่าจะหมั้นได้เมื่อชายหยิงอายุเท่าได ของหมั้นคืออะไรถ้าทีการผิดสัญญาหมั้นจะปติบัติหย่างไร จึงเปนอันเข้าไจได้ว่าคำว่า หมั้น นี้มีความหมายหย่างที่เข้าไจกันตามธัมดาและโดยเหตุที่เปนที่เข้าไจกันหยู่แล้วนี่เอง กดหมายจึงมิได้อธิบายไว้และตามกดหมายลักสนะผัวเมีย แม้จะไม่มีคำว่าของหมั้นก็มีคำว่าขันหมากหมั้น สแดงไห้เห็นว่า การหมั้นต้องมีสิ่งของนำไปไห้ฝ่ายหยิง เปนประเพนีมาตั้งแต่โบรานฉนั้นคำว่าการหมั้นไนประมวนกดหมายแพ่งและพานิชบัพ 5 จึงต้องเข้าไจว่าหมายถึงการที่ฝ่ายขอยนำของหมั้นไปไห้แก่ฝ่ายหยิง เพื่อเปนหลักถานว่าขายจะสมรสด้วยและฝ่ายหยิงได้รับของหมั้นนั้นไว้ประมวนกดหมายแพ่งและพานิชบัพ 5 พูดถึงการหมั้นและมีข้อบัญญัติไนมาตรา 1438 ว่าเมื่อมีการหมั้นแล้ว ถ้าฝ่ายไดผิดสัญญาหมั้น ฝ่ายนั้นต้องรับผิดไช่ค่าทดแทน เมื่อพิเคราะห์ความข้อนี้ประกอบกับทำเนียมประเพนีซึ่งเปนทีมาแห่งกดหมายส่วนนี้และสัญญาหมั้นเปนสัญญาพิเสสผิดกับสัญญาธัมดาแล้ว ก็ต้องเข้าไจว่าถ้าเปนแต่ตกลงกันว่าจะสมรสเฉย ๆ โดยไม่มีของหมั้นหากมีการผิดสัญญาจะเรียกค่าทดแทนกันหาได้ไม่จึงพิพากสากลับคำพิพากสาสาลอุธรน์ บังคับคดี ตามคำพิพากสาสาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2487 นางอินไมส่วนตัวและผู้แทนโดยชอบธัม นางสาวฉนำ อายุ 18 ปี โจท นายม่อมที่ 1 นายหนอม ที่ 2 จำเลย