ฎีกาที่ 561/2487
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
สัญญากู้ที่ได้ขีดค่าอากรสแตมป์แล้ว แต่ไม่ได้ ลงวัน เดือน ปี นั้น รับฟังเปนพยานหลักถานได้.
ย่อยาว
โจทฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยตามสัญญากู้ ได้ความว่าจำเลยทำสัญญากู้ฉบับที่โจทฟ้องจิง แต่การขีดค่าอากรสแตมป์ที่ปิดไนสัญญากู้ไม่ได้ลงวันเดือนปี สาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานและวินิฉัยว่าเอกสารสัญญากู้รับฟังเปนพยานได้ จึงพิพากสาไห้จำเลยไช้เงินแก่โจท สาลอุธรน์เห็นว่า สัญญากู้ที่โจทอ้าง มิได้ลงวันเดือนปี จึงยังมิไช่ขีดค่าตามกดหมาย จะไช้เปนพยานไนคดีแพ่งไม่ได้ตามประมวนรัสดากรมาตรา 110 พิพากสายกฟ้องโจท โจทดีกา สาลดีกาเห็นว่า ความมุ่งหมายแห่งประมวนรัสดากรมาตรา 103 ที่บัญญัติไห้มีการขีดค่าอากรสแตมป์ ก็เพื่อมิไห้อากรสแตมป์นั้นคงไช้ได้ต่อไปอีก ส่วนการที่ไห้ลงวันเดือนปี ก็เพื่อจะไห้รู้ว่าได้ปิดอากรสแตมป์เมื่อได เพราะถ้าปิดพายหลังวันทำสัญญาก็อาดต้องเสียอากรเพิ่มตามมาตรา 113 หรือถ้าลงวันเดือนปีเท็ดก็มีโทสตามมาตรา 126 แต่ไนคดีนี้ได้มีการขีดค่าอากร สแตมป์แล้วด้วย การลงลายมือชื่อ จนอากรสแตมป์นั้นไช้ไม่ได้แล้วและไม่ปรากตว่าได้ปิดหรือขีดค่าพายหลังวันทำสัญญา ก็นับได้ว่าได้มีการขีดค่าแล้ว ชอบที่จะรับฟังเปนพยานหลักถานได้ จึงพิพากสากลับ ไห้ บังคับคดี ตามสาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 561/2487 นายบุนสรี รุจิโกสัย โจทก์ นายเอี้อน มูสิกอง จำเลย ป.พ.พ. ม. 653. ป.รัษฎากร ม. 110 , ม. 103 , ม. 113 , ม. 126.