ฎีกาที่ 627/2486
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เมื่อเรือกลไฟของจำเลยโยงเรือเหมาและทำไห้เรือที่โยงนั้นล่ม คดีย่อมเข้ามาตรา 437 ซึ่งจำเลยต้องรับผิดเพื่อการเสียหายอันเกิดแก่เรือที่โยงนั้น เรือที่ถูกโยงจะเปนเรืออะไรไม่เปนข้อวินิฉัย เจ้าของข้าวจ้างผู้อื่นบันทุกข้าว เจ้าของเรือจ้างเรือกลไฟจูงเมื่อเรือบันทุกข้าวล่ม เจ้าของข้าวฟ้องเรียกค่าเสียหายจากเจ้าของเรือกลไฟถานละเมิดได้.
ย่อยาว
โจทฟ้องขอไห้จำเลยรับผิดร่วมกัน ไช้ค่าเสียหาย 1419 บาท ไนการที่เรือจำเลยรับจ้างโยงเรือนายอ่อนบันทุกข้าวเปลือกของโจททำไห้เรือล่มโดยความ ประมาท เลินเล่อโดยโยงเรือชิดตลิ่ง เรือกะทบตลิ่งล่มลง ข้าวเปลือกเสียหายทั้งลำ จำเลยที่ 1 รับว่าเปนเจ้าของเรือ จำเลยที่ 2 รับว่าเปนนายท้ายและลูกจ้างจำเลยที่ 1 และต่อสู้ว่าเรือล่มเพราะเหตุสุดวิสัย สาลชั้นต้นกะประเด็นไห้จำเลยสืบก่อน จำเลยไม่ขอไห้สาลตัดสิน สาลชั้นต้นวินิฉัยว่า จำเลยไม่สืบก็ต้องรับจำนองต่อการเสียหายที่เกิดขึ้น พิพากสาไห้จำเลยทั้ง 2 ไช้เงินแก่โจทตามฟ้อง จำเลยอุธรน์ สาลอุธรน์พิพากสายืน แต่มีความเห็นแย้งว่าควนพิจารนาพิพากสาไหม่โดยโจทนำสืบก่อน จำเลยดีกา สาบดีกาเห็นว่าไนข้อหน้าที่นำสืบตามข้อเท็ดจิงที่รับกันเรือจำเลยซึ่งเปนเรือกลไฟได้โยงเรือบันทุกข้าวของโจทและเรือนั้นได้ล่มจิง คดีจึงเจ้ามาตรา 437 ประมวนแพ่งฯ ที่บัญญัติว่าจำเลยจะต้องรับผิดเว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายเกิดแต่เหตุสุดวิสัยหรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายเอง ฉะนั้นจึงตกหน้าที่จำเลยนำสืบเพื่อไห้พ้นความผิด (คือสืบว่าเรือล่มเพราะเหตุได จึงตามข้อต่อสู้ที่ว่าล่มเพราะเหตุสุดวิสัยหรือไม่) ดีกาจำเลยที่ว่าเรือที่ล่มเช่นนี้จะเรียกว่าพาหนะเดินด้วยเครื่องจักรกลตามความไนประมวนแพ่งฯ มาตรา 437 ไม่ได้ เพราะเรือพ่วงไม่มีเครื่องจักรกลไนตัวนั้นเมื่อเรือที่จำเลยโยงเรือเหมาและทำไห้เรือล่มเปนเรือกลไฟ คดีก็เข้ามาตรา 437 โดยชัดเรือที่ถูกโยงจะเปนเรืออะไรไม่เปนข้อวินิฉัย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 627/2486 นายเปรื่อง เชี่ยวธัญญกิจ โจท บริษัทเรือกลไฟดำรงผลพานิชจำกัดโดย นายสุส่า ที่ 1 นายมี ที่ 2 จำเลย ป.วิ.พ. ม. 84.