ฎีกาที่ 358/2486
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
การล่อลวงหยิงไปเพื่อสำเหร็ดความไคร่ของผู้อื่น แม้หยิงอายุเกิน 18 ปี ก็คงมีผิดตาม ม.241 ที่แก้ไข (ผู้ถูกหลอกอายุ 29 ปี) การขอเพิ่มโทสไนคดีอาญานั้นถ้าโจทมีไบแจ้งโทสของตำหรวดสันติบาลแล้ว ก็รับฟังเพิ่มโทสได้ เอกสารมหาชนซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ทำไว้นั้น กดหมายสันนิถานว่าเปนของแท้จิงและถูกต้องเปนหน้าที่ของอีกฝ่ายหนึ่งต้องนำสืบหักล้าง แม้จะเปนคดีอาญาก็ตาม
ย่อยาว
สาลชั้นต้นพิพากสาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามมาตรา 276 และ 241 แต่ไห้ลงโทสตามมาตรา 276 กับไห้ลงโทสถาน ฉ้อโกง ตามมาตรา 304 กับเพิ่มโทสตามมาตรา 72 อีก 1 ไน 3 จำเลยที่ 2 มีความผิดตามมาตรา 276 และ 241 ไห้ลงโทสตามมาตรา 246 ซึ่งเปนบทที่หนัก จำเลยที่ 3 มีความผิดตามมาตรา 304 จำเลยอุธรน์ สาลอุธรน์พิพากสาแก้ไห้ปล่อยจำเลยที่ 2 และไม่เพิ่มโทสจำเลยที่ 1 โจทจำเลยดีกา สาลดีกาวินิฉัยว่าสำหรับจำเลยที่ 1 นั้น สาลดีกาต้องฟังข้อเท็ดจิงตามสาลอุธรน์ซึ่งฟังว่าจำเลยที่ 1 ได้ไช้อุบายหลอกลวงนางน้อยเพื่อการอนาจารและสำเหร็ดความไคร่ ของนางทวี สาลดีกาจึงเห็นว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามมาตรา 276 จะแก้ว่านายทวีเจตนาเลี้ยงนางน้อยเปนภรรยาชอบด้วยกดหมายอย่างไรเพราะนายทวีมีภรรยาและนางน้อยก็มีสามีหยู่ ส่วนเรื่องเพิ่มโทสนั้นปรากดตามไบแดงแจ้งโทสของตำหรวดสันติบาลอันเปนเอกสารมหาชนซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ทำขึ้นไว้ตามประมวนพิจารนาความแพ่ง มาตรา 127 ไห้สันนิถานไว้ก่อนว่าเปนของแท้จิงและถูกฟ้อง เปนหน้าที่ของคู่ความฝ่ายที่ถูกอ้างมายันต้องนำสืบความไม่บริสุทธิ์หรือความไม่ถูกต้องซึ่งวิธีพิจารนาความแพ่งข้อนี้ไม่ขัดกับวิธีพิจารนาความอาญา นอกจากนี้ยังมีพยานโจทประกอบ จึงเพิ่มโทสได้ ส่วนคดีสำหรับจำเลยที่ 2 นั้นข้อเท็ดจิงไม่พอฟังว่าจำเลยมีความผิด จึงพิพากสาแก้สาลอุธรน์ไห้เพิ่มโทสจำเลยตามมาตรา 72 รวมกำหนดโทส 4 ปี นอกนั้นยืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 358/2486 พนักงานอัยการ โจทก์ นายผาด นายฉ่ำ จำหรัดเนตร นางผิด จำเลย ป.อ. ม. 241 , ม. 276 , ม. 272 ป.วิ.อ. ม. 15 ป.วิ.พ. ม. 127