ฎีกาที่ 810/2486
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
+ไห้เขาเอาเงินของเขาชำระหนี้แทนตนนั้น ไม่เข้าลักสนะกู้ยืน แต่เปนเรื่องตัวการตัวแทน ผู้ออกเงินไช้หนี้ไป มาฟ้องเรียกได้ โดยไม่ต้องมีหลักถานเปนหนังสือ.
ย่อยาว
ฟ้องโจทกล่าวว่า เดิมจำเลยเปนความกับนางคงแล้วจะเลิกความ ไนการเลิกความนี้จำเลยจะต้องไช้หนี้แทนนางคงไห้แก่โจท หนี้ที่นางคงค้างโจทนั้นรวม 450 บาท ไนการที่จำเลย กับนางคงเลิกความกันนั้น จำเลยต้องรับไช้หนี้แทนนางคงตลอดทั้งค่าทำเนียมและค่าทนายด้วย ค่าทำเนียมนี้จำเลยไห้โจทจ่ายแทนจำเลยไห้นางคงไปก่อนโจทจึงฟ้องเรียกเงินค่าทำเนียมค่าทนายที่โจทจ่ายแทนจำเลยไป. จำเลยไห้การปติเสธ สาลชั้นต้นสืบพยานปากเดียวแล้วสั่งงดวินิฉัยว่ากรนีเปนการกู้ยืมเมื่อไม่มีหลักถานเปนหนังสือก็ฟ้อง บังคับคดี ไม่ได้ จึงพิพากสายกฟ้อง โจทอุธรน์ สาลอุธรน์เห็นว่า กรนีไม่ไช่เปนเรื่องกู้ยืม จึงไห้ยกคำพิพากสาสาลชั้นต้นไห้สาลชั้นต้นพิจารนาไหม่ แต่มีความเห็นแย้งว่าควนยืน. จำเลยดำกา สาลดีกาเห็นว่า ตามคำบันยายฟ้องของโจทมิไช่เปนการกู้ยืมเงินตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 ซึ่งต้องมีหลักถานเปนหนังสือ แต่เปนการจัดการตามสั่งต้องด้วยกดหมายลักสนะตัวการตัวแทน ซึ่งหาต้องมีหลักถานเปนหนังสือไม่ จึงพิพากสายืนตามสาลอุธรน์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2486 นายภูมิ กับพวก โจท นายเผื่น บุญคง จำเลย ป.พ.พ. ม. 630 , ม. 653 , ม. 798 , ม. 816.