ฎีกาที่ 594/2486
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ขายที่ดินต่อกันแล้วมีข้อตกลงไว้ท้ายสัญญานั้นว่าถ้าผู้ขายต้องการซื้อคืนผู้ซื้อยอมขายไห้ดังนี้ ถือว่าเปนเรื่องขายฝาก การขายฝากที่ไม่ได้ตกลงว่าจะไถ่ถืนเท่าไรก็ต้องคืนเท่าราคาที่ขายต่อกัน.
ย่อยาว
ข้อเท็ดจิงฟังได้ว่า โจททำสัญญาต่อหน้ากรมการอำเทอนายที่นาไห้แก่จำเลย ท้ายหนังสือสัญญามีความว่า "แลมีข้อสัญญาไนการซื้อขายที่รายนี้ต่อไปว่า ข้าพเจ้า นายทอง บุญจัน ผู้ขายยอมขายที่นา ฯลฯ ไห้แก่นายเอี้ยวกิ๊มเปนกัมสิทธิและถ้าต่อไปข้าพเจ้าทำมาหาได้จะขอซื้อที่นารายนี้คืน ข้าพเจ้านายเอี้ยวกิ๊มขอไห้สัญญาว่าถ้านายทองจะต้องการซื้อที่นารายนี้คืน ยอมขายไห้อีก" บัดนี้โจทจะซื้อคืนตามคำมั่นด้วยราคา 45 บาท จำเลยจะขายราคา 300 บาท สาลชั้นต้น พิจารนาแล้วพิพากสายกฟ้องโจท โจทอุธรน์ สาลอุธรน์พิพากสากลับไห้โจทไถ่ที่พิพาทคืนด้วยราคา 45 บาท จำเลยดีกา สาลดีกาเห็นว่าการซื้อขายรายนี้มีข้อตกลงด้วยว่า เมื่อโจทจะต้องการซื้อคืนจำเลยยอมขายไห้อีก ข้อความนี้สแดงเจตนาของคู่สัญญาชัดว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไห้ผู้ขายเรียกร้องเอาทรัพย์นั้นคืนได้โดยชำระเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งการกะทำเช่นนี้ก็คือการไถ่ทรัพย์คืนตามความหมายของกดหมายสัญญาระหว่างโจทจำเลยเปนขายฝากตาม ม. 491. ป.พ.พ. และเมื่อสินไถ่ไม่ได้กำหนดกันไว้ว่าเท่าไดต้อง บังคับคดี ตาม ม. 499. ไห้ไถ่ตามราคาที่ขายฝาก พิพากสายืนตามสาลอุธรน์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 594/2486 นายทอง บุญจัน โจท นายเฮี้ยวกิ๊ม แซ่เฮง จำเลย ป.พ.พ. ม. 454 , ม. 491 , ม. 492.