ฎีกาที่ 44/2485
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
บุกรุกเข้าไปในเคหะสถานเพื่อข่มขืนทำชำเรานั้น เป็นความผิดกะทงเดียว ทำยอมเลิกคดีเรื่องข่มขืนกระทำชำเรา ย่อมหมายความรวมตลอดถึงความผิดฐานบุกรุกซึ่งเป็นกรรมอันเดียวกันด้วย
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเคหะสถานแล้วพยายามข่มขืนกระทำชำเราโจทก์จำเลยแถลงว่า คดีนี้เป็นความผิดต่อส่วนตัวโจทก์ได้ทำสัญญายอมเลิกความแก่จำเลยจะมาฟ้องคดีไม่ได้ ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ได้ยอมเลิกความกับจำเลยแล้วในความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราแต่ไม่+ความถึงเรื่องบุกรุกเคหะสถานจึงลงโทษจำเลยตามกฏหมายอาญามาตรา 329 วรรค 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าหนังสือสัญญาซึ่งโจทก์ยอมเลิกความเรื่องนี้กับจำเลยเป็นสัญญาที่ใช้ได้ตามกฏหมายเรื่องนี้การที่จำเลย บุกรุกก็เพื่อเข้าไปข่มขืนกระทำชำเราโจทก์ นับเป็นกรรมอันเดียวกันซึ่งเป็นการ ละเมิด กฎหมายหลายบทไม่ใช่เป็นการ ละเมิด กฎหมายหลายกะทงและความผิดฐานบุกรุกและฐานข่มขืนกระทำชำเราก็เป็นความผิดต่อส่วนตัวด้วยกัน เมื่อหนังสือสัญญายอมเลิกคดีนั้นใช้ได้ ก็ต้องถือว่ายอมเลิกคดีทั้งเรื่อง โจทก์จะมาฟ้องคดีเรื่องนี้อีกไม่ได้ จึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์โดยสิ้นเชิง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 44/2485 นางสิ้น มูลิกะนุเคราะห์ โจทก์ นายช่วง บุญสนิท จำเลย ป.อ. ม. 70 , ม. 71 , ม. 81 , ม. 246 , ม. 329 ป.วิ.อ. ม. 39 (2)