ฎีกาที่ 869/2485
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ไม้สักซึ่งเลื่อยเปนแผ่นแล้วย่อมไม่เข้าหยู่ไนข้อสันนิถานตามข้อ 5 พ.ร.บ.ป้องกัน การลักลอบชักลากไม้สักที่ยังไม่ได้เสียค่าตอและภาสี 118 เพราะเปนไม้ที่เปลี่ยนสภาพแล้ว
ย่อยาว
โจทฟ้องว่า เจ้าพนักงานตรวดพบไม้สักตกหยู่ไนครอบครองของจำเลยรวม 360 แผ่นเปนไม้ที่เลื่อยจากต้นสัก 8 ต้นไม่มีดวงตราของเจ้าพนังงานป่าไม้สแดงว่าเสียเงินค่าตอพาสีและภาคหลวงประจำต้นแต่หย่างไร ทั้งนี้ถือได้ว่าจำเลยบังอาดชักลากไม้สักดังกล่าวออกจากป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอไห้ลงโทส จำเลยไห้การปติเสธและแถลงว่าไม้ที่เจ้าพนักงานจับได้จากจำเลย เปนไม้ที่ซื้อมาจากผู้มีชื่อหลายคน สาลชั้นต้นพิจารนาแล้ววินิฉัยว่า จะนำข้อ 5 แห่งพ.ร.บ. ป้องกันการลักลอบชักลากไม้สักที่ยังไม่ได้เสียค่าตอและภาสี 118 มาใช้บังคับไม่ได้ เพราะมีสภาพเปนแผ่นกะดานแล้ว ไม่ไช้ต้น พิพากสายกฟ้อง โจทอุธรน์ สาลอุธรน์เห็นว่าจำเลยนำสืบไม่ได้ว่า ได้รับอนุญาตไห้ทำการชักลากไม้สักออกจากป่าหรือเจ้าพนักงานได้ตีตราค้อนเหล็กตามพ.ร.บ.แล้ว จำเลยต้องมีผิดตามฟ้องจึงพิพากสากลับว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการลักลอบชักลากไม้สักที่ยังไม่ได้เสียค่าตอและภาสี ร.ส.118 ข้อ 2,3,5 จำเลยดีกา สาลดีกาเห็นว่าเรื่องนี้ไนฟ้องโจทกล่าวว่า เจ้าพนักงานตรวดพบไม้สักตกหยู่ไนความครอบครองจำเลย 360 แผ่นเปนไม้สักที่เลื่อยจากต้นสัก 8 ต้น โจทมิได้มีพยานสแดงว่าต้นสักที่หาว่าจำเลยเลื่อยนั้นมีขนาดหย่างไรและมีตราประทับหรือไม่ และที่ว่า 8 ต้นก็เพียงแต่โดยประมานและไม้รายนี้ได้ถูกเลื่อยเปนแผ่นกะดานเปลี่ยนสภาพไปแล้ว จะไห้ลงสันนิถานว่า จำเลยเปนผู้ชักลากไม้สักต้นออกจากป่ามาเลื่อยเปนแผ่นกระดานดังที่บัณณัติไว้ไนข้อ 5 แห่งพระราชบัณณัติป้องกันการลักลอบชักลากไม้สักที่ยังไม่ได้เสียค่าตอและภาสี ร.ส.118 เปนการสันนิถานไปไกลมากไม่บังคาน ส่วนข้อต่อสู้จำเลยที่ว่าซื้อไม้สักจากผู้มีชื่อมาเลื่อยนั้น จำเลยก็มีผู้ขายบางคนมาสืบและแม้จำเลยจะสืบไม่สมก็ไม่ทำไห้จำเลยเปนผิดขึ้น เพราะจะไช้ข้อสันนิถานตามมาตรา 5 ที่กล่าวแก่จำเลยไม่ได้ จึงพิพากสากลับ ไห้ บังคับคดี ตามคำพิพากสาสาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 869/2485 อัยการลำปาง โจทก์ นายติ๊บ เผิ้งอินต๊ะ จำเลย ป.วิ.อ. ม. 185