ฎีกาที่ 779/2485
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
พระภิกษุได้รับมรดกที่ดินมาแล้วให้ผู้อื่นอาศัย ย่อมฟ้องขับไล่ผู้อาศัยในระหว่างเป็นภิกษุได้ กรณีไม่เข้า ม.1622, โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินซึ่งอ้างว่าเป็นของโจทก์ได้รับมรดกมา แต่การนำสืบของโจทก์ปรากฏว่า บิดายกให้ดังนี้ไม่เป็นการนอกประเด็น
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินมา 1 แปลงโดยได้รับมรดกตกทอดมาจากนายแก้วบิดา โจทก์ได้ครอบครองมา 37 ปี เมื่อปี พ.ศ.2482 จำเลยที่ 2 ได้ขออาศัยโจทก์ทำกิน 1 ปี โจทก์ยินยอมให้ทำ ต่อมาเดือนพฤษภาคม 2483 จำเลยทั้งสองบังอาจบุกรุกทำนาของโจทก์ โจทก์ห้ามปราบก็ไม่ฟัง ขอให้ห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้องนาของโจทก์ จำเลยทั้งสองต่อสู้ว่า นารายพิพาทได้รับมรดกครอบครองมากว่า 30 ปี ไม่ใช่ของโจทก์และตัดฟ้องว่า โจทก์เป็นพระภิกษุสงฆ์มาเป็นโจทย์ฟ้องเรียกมรดกบิดามิได้สึกเสียก่อนเป็นการขัดต่อ ป.พ.พ.ม.1622 ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า นารายพิพาทบิดาโจทก์ยกให้ตั้งแต่อายุ 16 ปี โจทก์ได้ครอบครองตลอดมาแล้วให้ผู้อื่นอาศัย จึงพิพากษาให้ขับไล่จำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์สืบไม่ได้ว่าจำเลยขออาศัย จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่าโจทก์นำสืบได้ว่าจำเลยขออาศัย รูปคดีจึงไม่เข้ามาตรา 1369 และเห็นว่าข้อนำสืบของโจทก์ไม่ต่างกับฟ้อง ข้อที่จำเลยตัดฟ้องว่า โจทก์เป็นพระภิกษุสงฆ์มาฟ้องเรียกทรัพย์มรดกโดยมิได้สึกเสียก่อนไม่ชอบด้วย ป.พ.พ.ม.1622 นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ได้รับที่ดินครอบครองเป็นเจ้าของมาก่อนแล้ว จึงได้มาฟ้องขับไล่จำเลย ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ทายาทฟ้องร้องเรียกมรดกของผู้ตายโจทก์ไม่จำเป็นต้องสึกจากสมนะเพสก็ฟ้องจำเลยได้ จึงพิพากษากลับให้ บังคับคดี ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 779/2485 พระภิกษุไชย อินทสโร โจทก์ นายเคล็ดที่ 1 นางอิน เม่าทองที่ 2 จำเลย ป.พ.พ. ม. 1622 , ม. 1369 ป.วิ.พ. ม. 84 , ม. 172 , ม. 182 , ม. 183