ฎีกาที่ 692/2483
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เมื่อศาลได้สั่งให้ความผิดฐาน ฉ้อโกง ระงับไปแล้วคำ พิพากษาของศาลที่เกี่ยวกับความผิดฐาน ฉ้อโกง เช่น การลงโทษ การมใช้ทรัพย์และการริบทรัพย์ย่อมระงับ+ด้วยในตัว และเมื่อการริบทรัพย์ระงับไปแล้ว+กลางของ จำเลยในความผิดฐาน ฉ้อโกง ก็ต้องคืนได้จำเลยไป
ย่อยาว
คดีทั้ง 6 สำนวนนี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำผิด พรบ การแพทย์และ ฉ้อโกง เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยของกลางอันเป็นเครืองอุปกรณ์ในการ ฉ้อโกง ปรากฏตามบัญชีท้ายฟ้องขอให้ ลงโทษ จำเลยตาม กฎหมายอาญามาตรา 304, 306, 71 และ พรบ การแพทย์ พ.ศ. 2466 มาตรา 19 กฏกระทรวงแห่ง พรบ การแพทย์ พ.ศ. 2466 ข้อ 29(2) กับขอให้ จำเลยคืนทรัพย์และริบของกลางตามบัญชีท้ายฟ้อง เมื่อคดีคำเนินมาจนถึงระหว่างฎีกา เจ้าทุกข์ได้ขอยอมความเลิกคดีกับ จำเลยในความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 306 อันเป็นความผิดต่อส่วนตัว ศาลฎีกาได้สั่งอนุญาตให้ความผิดตามมาตรา 306 เป็นอันระงับไป คงพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดตาม พรบ การแพทย์ พ.ศ. 2466 และกฏกระทรวงตาม พรบ การแพทย์ พ.ศ. 2466 ข้อ 29(2) เท่านั้น แต่ จำเลยต้องขังมาเกินกำหนดแล้วจึงให้ปล่อยจำเลยไป ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอรับของกลางคืน ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์สังไม่คืนของกลางให้แก่จำเลย ๆ ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องโจทก์กล่าวว่า "เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยของกลางอันเป็นเครื่องอุปกรณ์ในการ ฉ้อโกง ตามบัญชีท้ายฟ้อง " แต่ศาลฎีกาได้สั่งให้ความผิดฐาน ฉ้อโกง เป็นอันระงับไปแล้ว ฉะนั้นคำ พิพากษาของศาลเกี่ยวกับความผิดฐาน ฉ้อโกง เช่นการลงโทษการใช้ทรัพย์และการริบทรัพย์ ย่อมระงับไปด้วยในตัวโดยไม่ต้องระบุย้ำรายละเอียดอีก สำหรับคดีนี้เมื่อการริบทรัพย์ระงับไปตามคำสั่ง ศาลฎีกาดังกล่าวแล้วก็ต้องคืนของกลางให้จำเลยไปจึงพิพากษากลับศาลล่างทั้ง 2 ให้คืนของกลางให้จำเลยไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 692/2483 พนักงาน อัยยการ โจทก์ นายไขศรี วัฎฎราช ล. ป.อ. ม. 304 , ม. 306 , ม. 71 พ.ร.บ.การแพทย์ พ.ศ.2466 ม. 19 , , ม. 29 (2) ป.วิ.อ. ม. 39