ฎีกาที่ 1546/2482
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยหลายกะทงยืนต้องกันมานั้น จำเลยฎีกาข้อเท็จจริงได้ฉะเพาะกะทงที่ศาลลงโทษเกิน 5 ปี เท่านั้น จะฎีกาข้อเท็จจริงในกะทงที่ศาลลงโทษไม่เกิน 5 ปีด้วยไม่ได้
ย่อยาว
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ถึง 3 มีความผิดตามกฎหมายลักษณอาญามาตรา 301 และ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณอาญามาตรา 7 (ฉะบับที่ 4) ให้จำคุก 10 ปี และผิดตาม มาตรา 270 อีกกะทงหนึ่งให้จำคุก 6 เดือน จำเลยที่ 3 ผิดตามมาตรา 159 ให้จำคุก 4 เดือน จำเลยที่ 1 ที่ 4 ผิดตามมาตรา 118 ให้จำคุกคนละ 3 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ถึง 3 มีความผิดตามมาตรา 301 และ 270 ความผิดนอกนั้นให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 1 ถึง 3 ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยจะฎีกาได้ฉะเพาะแต่ในข้อหาฐานปล้นเท่านั้น ส่วนความผิดตามมาตรา 270 นั้น ศาลชั้นต้นแลศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันมา จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้และเห็นว่าพะยานโจทก์ยังไม่พอลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ จึงพิพากษาแก้ศาลล่างให้ยกข้อหาฐานปล้น นอกนั้นคงให้ บังคับคดี ไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1546/2482 นายบุญรอด ศิริพูน โจทก์ นายทองอยู่ แรมจะยก กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 301-270 ป.วิ.อ. ม. 218