ฎีกาที่ 676/2481
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยเคยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษฐานลักทรัพย์มาแล้ว 2 คราวมากระทำความผิดฐานลักทรัพย์ขึ้นอีกดังนี้ ต้องถือว่าจำเลยมีสันดานเป็นผู้ร้าย ลงโทษกักกันแก่จำเลยได้ ความผิดในครั้งก่อนแม้จะเกิดขึ้นและพ้นโทษไปก่อนใช้พ.ร.บ.กักกันฯลฯก็ต้องถือว่าเป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาตาม ม.8 แล้ว ระยะเวลาระหว่างโทษครั้งแรกกับโทษครั้งหลังจะห่างกันช้านานเท่าใดก็ลงโทษกักกันได้ ไม่เหมือนการเพิ่มโทษไม่เข็ดหลาบ
ย่อยาว
จำเลยเคยต้องโทษมาแล้ว 4 ครั้งเป็นโทษฐานลักทรัพย์ 2 ครั้ง ในครั้งนี้จำเลยถูกฟ้องฐานลักทรัพย์อีก โจทก์ขอให้ลงโทษกักกันแก่จำเลยด้วย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยและให้ลงโทษกักกันอีก 3 ปี จำเลยฎีกาสำหรับโทษกักกัน ศาลฎีกาตัดสินว่าจำเลยต้องโทษฐานลักทรัพย์มาแล้ว ถึง 2 คราวซึ่งมิใช่ความผิดฐาน ประมาท หรือลหุโทษแต่ประการใดคดีจึงเข้าบท ม.8 แห่ง พ.ร.บ.กักกันและเมื่อจำเลยมีสันดานเป็นผู้ร้ายแล้ว ก็ย่อมนำ ม.9 มาลงโทษกักกันแก่จำเลยได้ ส่วนข้อที่จำเลยว่า พ.ร.บ.กักันมุ่งให้ใช้แก่ผู้เคยต้องโทษแต่ 3 ครั้งขึ้นไปนั้น ม.8 มีความชัดแล้วว่า "ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง" ส่วนที่จำเลยค้านว่าความผิดลักทรัพย์รายที่ 1 เกิดขึ้นและพ้นโทษไปก่อนใช้ พ.ร.บ.กักกันจะนำโทษกักกันมาใช้มิได้นั้น เห็นว่าตาม ม.8 ความผิดที่ต้องโทษมาก่อนจะเป็นเวลาก่อนหรือภายหลัง พ.ร.บ.กักกันที่ไม่สำคัญส่วนระยะเวลาระหว่างโทษครั้งแรกกับครั้งหลังก็ไม่มีกฎหมายระบุกำหนดไว้อย่างไรจะให้มีกำหนดอย่างการเพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบไม่ได้ จึงพิพากษายืนตาม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2481 พนักงานอัยยการ โจทก์ นายสุวรรณหรือพรม จำเลย ป.อ. ม. 288 , ม. 72 พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ม. 8 , ม. 9