ฎีกาที่ 1032/2481
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยรับราชการเปนลูกจ้างรับค่าจ้างรายวันวันใดไม่มาทำงานก็ไม่ได้ค่าจ้างดังนี้ไม่เรียกว่า+ข้าราชการวิสามัญ+ทำการปลอมหนังสือราชการซึ่งอยู่ในหน้าที่ของ+ก็ไม่มีความผิดฐานเปนเจ้าพนักงานปลอมหนังสือตาม ม.229 คงมีผิดฐานปลอมหนังสือตาม ม.224 +บัญชีแล้วนำไปใช้แสดง+กรรมการที่มาตรวจ+ถือว่าเปนการเสียหายต่อราชการแล้วต้องผิดฐานปลอมหนังสือบังคับบัญชาเพียงแต่สั่งให้จำเลยตรวจดูบัญชี+เห็นว่าผิดก็ให้แก้เสียจำเลยตรวจดูเห็นว่าผิด+แก้ไป เมื่อบัญชีเดิม+ต้องแล้วจำเลยแก้ให้+จำเลยจึงต้องรับผิด+อ้างม. 52 มายกเว้นโทษ+ได้ ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.218 +อาญาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำเลย 2 กะทง กะทงหนึ่งจำคุก 5 ปี อีกกะทงหนึ่งจำคุก 3 ปีดังนี้จำเลยฎีกา+ข้อเท็จจริงมิได้ อ้างฎีกาที่ 364/2476 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามก.ม.อาญา ม.224 จำคุก 3 ปีลดกึ่งหนึ่งเหลือ 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษตาม ม.229 จำคุก 5 ปีลดกึ่งหนึ่งเหลือ 2 ปี 6 เดือนดังนี้เป็นแก้มากฎีกาในข้อเท็จจริง+อ้างฎีกาที่ 1684/2479
ย่อยาว
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 สองกะทงคือตาม ม.131 จำคุก 5 ปี กับตาม ม.224 จำคุก 3 ปีรวม 8 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานปลอมหนังสือตามมมาตรา 224 กะทงเดียว จำคุก 3 ปี ลดกี่งหนึ่งเหลือ 1 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 3 ไม่มีผิดให้ปล่อย ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ตาม ม.229 จำคุก 5 ปีลดกึ่งหนึ่งเหลือ 2 ปี 6 เดือน นอกนั้นยืนตาม จำเลยที่ 1 , 2 ฎีกา ศาลฎีกาตัดสินว่าฎีกาจำเลยที่ 1 เปนข้อเท็จจริงต้องห้ามเพราะโทษแต่ละฐานไม่เกิน 5 ปีส่วนจำเลยที่ 2 ฎีกาได้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพราะศาลอุทธรณ์แก้ทั้งกำหนดโทษและกฎหมายโดยวินิจฉัยต่างกันในข้อสำคัญต้องถือว่าเปนแก้มากตามนัยฎีกาที่ 1684/2479 ฎีกาข้อ 1 ของจำเลยที่ 2 ที่ว่าบัญชีซึ่งจำเลยแก้ยังไม่ทันแล้วยังไม่เรียกว่าปลอมหนังสือนั้นปรากฎว่าบัญชีที่จำเลยแก้นั้นได้นำมาใช้แสดงต่อกรรมการที่มาตรวจจึงนับว่าได้แก้เสร็จแล้วเปนการเสียหายแก่ทางราชการฎีกาข้อนี้จึงตกไป ฎีกาข้อ 2 ที่ว่าจำเลยแก้บัญชีตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยสุจริตนั้นปรากฎตามคำให้การของจำเลยเองว่า จำเลยที่ 1 สั่งจำเลยให้ตรวจดูบัญชีถ้าเห็นว่าผิดก็ให้แก้เสียจำเลยตรวจดูเห็นว่าผิดจึงได้แก้ไปดังนี้ต้องเข้าใจว่าจำเลยเองเห็นว่าผิดจึงแก้ให้ถูกหาใช่กระทำตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 ไม่ ฉะนั้นเมื่อบัญชีเดิมถูกต้องแล้ว จำเลยแก้ให้ผิดจะอ้างมาตรา 52 มายกเว้นโทษจำเลยไม่ได้ฎีกาข้อ 3 เห็นว่าจำเลยที่ 2 เป็นเพียงลูกจ้างได้รับเงินค่าจ้างเป็นรายวัน วันใดไม่มาทำงานก็ไม่ได้ค่าจ้างจะถือว่าเป็นข้าราชการวิสามัญตาม พ.ร.บ.บัญญัติข้าราชการพลเรือน 2479 มิได้การที่จำเลยได้รับหน้าที่สำคัญก็เพราะหัวหน้ามีความไว้ใจจำเลย หาพลอยทำให้จำเลยมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานไม่จำเลยจึงไม่มีผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปลอมหนังสือซึ่งอยู่ในหน้าที่ของตนตาม ม.229 จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ฉะเพาะจำเลยที่ 2 ให้ บังคับคดี ตามศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้นี้คงยืนตาม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1032/2481 พนักงานอัยยการ โจทก์ ขุนโลหพูลพิพัฒน์ ที่ 1 นางสาวอิ่มใจ อัมรานนท์ ที่ 2 นางสาวสายใจ อัมรานนท์ ที่ 3 จำเลย พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2479 ม. 44