ฎีกาที่ 414/2481
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การที่ผู้จำนองและผู้รับจำนองถึงแก่ความตายและทายาทของทั้ง 2 ฝ่ายเข้าสวมสิทธิ์เป็นผู้จำนองและผู้รับจำนองต่อไปเช่นนี้ไม่มีลักษณเป็นการแปลงหนี้ตามกฎหมาย ผู้จำนองตายทายาทของผู้จำนองได้ไปขอโอนรับมฤดกลงนามเป็นเจ้าของในหน้าโฉนดที่ดินที่จำนองแล้วมอบโฉนดให้ผู้รับจำนองยึดถือไว้ต่อไปดังนี้ ถือว่าทายาทของผู้จำนองยอมรับสภาพสิทธิเรียกร้องตามสัญญาจำนอง อายุความย่อมสดุดหยุดลงเป็นโทษแก่ลูกหนี้ ย่อมเป็นโทษแก่ผู้ค้ำประกันด้วยสัญญามีข้อความว่าถ้าแม้ที่ดินราคาไม่พอกับต้นเงินที่รับจำนองไว้ จะยอมใช้ให้จนครบดังนี้ ถือว่าเป็นสัญญาค้ำประกัน
ย่อยาว
ได้ความว่าสามีจำเลยที่ 1 และบิดาจำเลยที่ 2 ได้จำนองที่ดิน 2 โฉนดไว้แก่มารดาโจทก์ โดยจำเลยที่ 3 ได้ทำหนังสือไว้ให้แก่มารดาโจทก์ว่า ถ้าที่ดินรายนี้ราคาไม่พอกับต้นเงินที่รับจำนองไว้ก็จะยอมใช้ให้จนครบ บัดนี้ผู้จำนองและผู้รับจำนองต่างถึงแก่กรรมไปแล้ว โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 1 มรา 2 ในฐานะเป็นทายาทและจำเลยที่ 3 ในฐานะผู้ค้ำประกัน ศาลชั้นต้น พิพากษาให้เอาที่ดิน 2 แปลงนี้ออกขายทอดตลาดใช้ต้นเงิน จำนอง ถ้าขาดเท่าใดให้จำเลยที่ 3 ใช้จนครบ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยที่ 3 ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดแล้ว เพราะว่าผู้จำนองได้ถึงแก่กรรมมาเกิน 1 ปีแล้ว โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 3 ต้องรับผิดด้วย ศาลฎีกาตัดสินว่าการที่โจทก์และจำเลยที่ 1-2 ต่างรับมฤดกผู้จำนองและผู้รับจำนองมาด้วยกันเป็นการสวมสิทธิหาใช้เป็นการแปลงหนี้ตาม ม.349 แห่งประมวลแพ่งฯ ไม่ และพฤตติการณ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1-2 ก็ไม่เป็นเรื่องปลดหนี้ เพราะจำเลยที่ 1-2 ยังไม่ได้โอนที่ดินให้หลุดเป็นสิทธิแก่โจทก์ เมื่อฟังว่าหนี้รายจำนองนี้ไม่ได้แปลงหนี้และยังไม่ได้ปลดหนี้กันก็ต้องถือว่ายังคงมีอยู่และเห็นว่าข้อความในหนังสือที่จำเลยที่ 3 ทำขึ้นนั้นเป็นหนังสือค้ำประกันโดยแท้ เพราะข้อความที่ว่า ถ้าที่ดินรายนี้ราคาไม่พอกับต้นเงินที่รับจำนองไว้ จำเลยที่ 3 ยอมรับใช้จนครบนั้นถือว่าเป็นสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกผูกพันตนต่อเจ้าหนี้เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระ ปัญหาข้อสุดท้ายมีว่า การที่ผู้จำนองตายไปเกิน 1 ปีนั้นโจทก์จะหมดสิทธิฟ้องจำเลยที่ 3 หรือไม่ปรากฎว่าเมื่อผู้จำนองตายแล้วภายใน 1 ปี จำเลยที่ 1-2 ผู้เป็นทายาทได้ขอรับโอนมฤดกลงนามเป็นเจ้าของที่รายจำนองแทนผู้ตาย แล้วมอบโฉนดให้โจทก์ยึดถือไว้ต่อไป การที่ทำดังนี้ย่อมถือว่าจำเลยที่ 1-2 ยอมรับสภาพตามสิทธิเรียกร้องตามสัญญาจำนองนั้น อายุความย่อมสดุดหยุดลงตามประมวลแพ่งฯ ม.172 จะยกเอาอายุความ 1 ปีมายันโจทก์มิได้ ตามนัยฎีกาที่ 730/2476 จำเลยที่ 3 ผู้ค้ำประกันจึงยกเอาอายุความ 1 ปีมาต่อสู้โจทก์ไม่ได้เช่นเดียวกัน จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ บังคับคดี ยืนตามศาลชั้นต้นทุกประการ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2481 หลวงเลขาวิจารณ์ โจทก์ นางทองตี ทรัพย์มีที่ 1 นายพัว ทรัพย์มี ที่ 2 หลวงมงคลแมนที่ 3 จำเลย ป.พ.พ. ม. 172 , ม. 340 , ม. 349 , ม. 680 , ม. 692 , ม. 698 , ม. 733 , ม. 1599 , ม. 1600 , ม. 1754