ฎีกาที่ 973/2480
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยกับผู้อื่นเข้าหุ้นกันซื้อสลากกินแบ่ง จำเลยเป็นผู้ถือสลาก เมื่อสลากถูกจำเลยได้เอาสลากของคนอื่นมาแสดงว่าเป็นสลากของหุ้นส่วนและเขียนลงในใบสลากว่าคณะหุ้นส่วนดังนี้ ไม่เป็นผิดฐานปลอมหนังสือ ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม. 170, 219 คดีศาลขั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าฟ้องของโจทก์ไม่มีมูลทางอาญาให้ยกเสีย โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ มีเจตนาทุจจริตหรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง
ย่อยาว
คดีได้ความในชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่าโจทก์ทั้ง 3 กับจำเลยต่างเข้าหุ้นส่วนกันคนละ 50 สตางค์ซื้อสลากกินแบ่ง 2 ฉะบับมอบให้จำเลยเก็บรักษาไว้ ครั้นสลากออกปรากฏว่ามีตั๋วสลากที่มีชื่อจำเลยถูกรางวัลด้วยรางวัลหนึ่ง โจทก์จึงมาหาจำเลย ๆ ชี้แจงว่าสลากที่ถูกเป็นของตนซื้อไว้ส่วนตัว ส่วนที่ซื้อสำหรับหุ้นส่วนไม่ถูกแล้วจำเลยก็นำตั๋วสลาก 2 ฉะบับที่ว่าเป็นของหุ้นส่วนมามอบให้โจทก์ที่ด้านหลังของตั๋วสลาก 2 ใบนี้มีตัวอักษรเขียนไว้ด้วยหมึกว่า " คณะสี่หุ้น " โจทก์ได้นำตั๋วสลาก 2 ใบนี้ไปสอบกับต้นขั้วปรากฏว่าในต้นขั้วของตั๋ว 2 ใบนี้ ใบหนึ่งเขียนว่า " ปกซ้าย ปกซุน แซ่หลีสุราษฎร์ " อีกใยหนึ่งเขียนว่า " นายไช้ผ้างบ้านดอนสุราษฎร์ธานี " โจทก์ฟ้องจำเลยหาว่า ฉ้อโกง และปลอมหนังสือ ศาลชั้นต้นเห็นว่าฟ้องของโจทก์ไม่มีมูลทางอาญา ให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อหาฐาน ฉ้อโกง ไม่มีมูลทางอาญา ส่วนข้อหาฐานปลอมหนังสือนั้นเห็นว่ายังไม่เข้า ม. 222 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ศาลฎีกาตัดสินว่า สำหรับความผิดฐาน ฉ้อโกง โจทก์อ้างมาว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏพอฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจจริตแล้วซึ่งข้อนี้เป็นข้อเท็จจริงฎีกาไม่ได้ส่วนข้อหาฐานปลอมหนังสือนั้น เห็นว่าแม้จะฟังว่าจำเลยจดอะไมลงไปก็เป็นการจดที่จำเลยทำเองมิได้แสดงว่าเป็นของผู้อื่นทำไว้ และก็มิได้แลอมใบสลากให้ผิดไปจากของแท้ จึงยังไม่มีผิด พิพากษายืนตามศาลล่างทั้ง 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 973/2480 นายยู่งั้น แซ่หลิม นายพัดไซ นายวายด-จ นายไข้ผ้าง แซ่หลี้ -ล ป.อ. ม. 6 , ม. 304 , ม. 222 , ม. 223 , ม. 224