ฎีกาที่ 1268/2480
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โอนสิทธิเรียกร้องให้แก่กันโอนสิทธิ เรียกร้องนั้นจะเกิด ต่อเมื่อศาลพิพากษาให้ ชนะคดีดังนี้ สัญญา สิทธิเรียกร้อง เช่นนี้เป็นสัญญาที่มีเงื่อนไขบังคับก่อน เจ้าหนี้(ตามคำพิพากษา) ขอให้ศาลอายัติสิทธิเรียกร้องของผู้โอนไว้ก่อนเงื่อนไขสำเร็จ เจ้าหนี้ผู้อายัติกรรมสิทธิดีกว่าผู้รับโอน
ย่อยาว
ได้ความว่าเดิม อ.เป็น โจทก์ฟ้อง ว.กับ ช. และชนะคดีชั้นศาลแพ่ง เป็นเงิน 30000 บาท คดีถึงที่สุดชั้นศาลฎีการะหว่างคดีอยู่ในชั้นศาลอุทธรณ์ อ. ได้โอนสิทธิเรียกร้องในคดีนั้นให้แก่ผู้ร้องส่วนหนึ่ง เป็นเงิน 6000 บาทโดยทำหนังสือกันไว้มีข้อความว่าขอโอยสิทธิเรียกร้องที่มีอยู่แก่ ว. และ ช. 6000 บาท ในเมื่อการพิจารณาของศาลได้บรรลุผลสำเร็จ หนี้สินที่ อ. มีอยู่แก่ผู้ร้องคงมีต่อไป ผู้ร้องได้แจ้งการโอนให้ ว. และ ช. ทราบแล้ว ก่อนศาลแพ่งอ่านคำพิพากษา ศาลฎีกาผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าหนี้ อ.ตามคำพิพากษาได้ต้องขออายัติสิทธิเรียกร้องที อ.มีอยู่ต่อไป ว. และ ช. ฉะเพาะเงิน 6000 บาท ศาลแพ่งได้สังอนุญาต และเนื่องจาก อ.ไม่จัดการ บังคับคดี เรื่องนั้น ผู้คัดค้านได้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีเรื่องนั้นขอให้ศาลออกหมายบังคับ ว.และ ช. ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องว่าผู้คัดค้านไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินจำนวนนี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาต้องกันให้ยกคำร้องของผู้ร้องเสีย ศาลฎีกาตัดสินว่าสัญญาระหว่างผู้ร้องกับ อ. เป็น สัญญาโอนสิทธิเรียกร้องเพื่อระงับหนี้ แต่หนี้เดิมยังมิได้ระงับไปทันที จะระงับเมื่อการโอนสิทธิเรียกร้องเกิดผลและการโอนสิทธิเรียกร้องเกิดผลและการโอนสิทธิเรียกร้องจะเกิดผลเมื่อ ศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ซึ่งเป็นเหตุการณ์ในอนาคตที่ไม่แน่นอน จึงเป็นสัญญามีเงื่อนไขบังคับก่อนและไม่เกิดผลจนกว่าเงื่อนไขจะสำเร็จ ผู้คัดค้านไดอายัติสิทธิเรียกร้องไว้ก่อนสัญญาของผู้ร้องเกิดผล ผู้คัดค้านก็เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาด้วยจะบังคับเรียกร้องให้ชำระหนี้จนสิ้นเชิงก็ได้ ส่วนประมวลแพ่ง ฯ ม. 321 ที่ผู้ร้องอ้างมานั้นไม่เกี่ยวกับคดีนี้ จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง ทั้ง 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1268/2480 นายเอส.บริกเฮาล์ ผู้ร้อง นางถวิล บินตังงง ผู้คัดค้าน ป.วิ.พ. ม. 31 (3) , ม. 310