ฎีกาที่ 1215/2479
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เมื่อผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้ไม่ยื่นรายการเงินได้ภายในวันที่ 15 พฤษภาคมตาม ม.13 นายตรวจภาษีชอบที่จะปฏิบัติการตาม ม.16 เพื่อกำหนดประเมินจำนวนเงินภาษีและมีอำนาจที่จะเรียกเงินภาษีเพิ่มขึ้นดังที่กำหนดไว้ใน ม.16(4)ได้ เงินเพิ่มภาษีตาม ม.16(4) เป็นจำนวนที่ได้กำหนดไว้แน่ลงตัวจะลดลงอีกไม่ได้ ม.49 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้เป็นบทลงโทษปรับผู้ไม่ยื่นรายการในทางอาญา ซึ่งผิดกับ ม.16 แต่มาตราทั้ง 2 นี้หาลบล้างซึ่งกันและกันไม่
ย่อยาว
ได้ความว่าโจทก์มีความผูกพันที่จะต้องเสียภาษีเงินได้ประจำปี พ.ศ.2477 ตามพ.ร.บ.ภาษีเงินได้ ม.13 โดยต้องยื่นรายการแสดงจำนวนเงินได้ทั้งหมดก่อนหรือภายในวันที่ 15 พฤศภาคม พ.ศ.2478 แต่โจทก์ไม่ได้ยื่น วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2478 โจทก์ได้รับคำเตือนจากจำเลยที่ 3 ให้ยื่นรายการบัญชีเงินได้ ในวันที่28 เดือนนั้นโจทก์ได้ไปขอรับแบบแสดงรายการจากอำเภอ วันที่ 1 พฤศจิกายน โจทก์ได้รับหมายเรียกจากนายตรวจภาษีเงินได้ให้ไปพบในวันที่ 7 เดือนนั้น โจทก์ได้กรอกข้อความตามแบบพิมพ์แล้วนำไปยื่นต่อนายตรวจภาษีเงินได้ในวันที่ 4 ในวันที่ 8 เดือนนั้นจำเลยที่ 3 ได้ประเมินภาษีเงินได้ของโจทก์ 3032 บาท 77 สตางค์ และเงินเพิ่มภาษีตาม ม.16 อีก 6065 บาท 54 สตางค์ เมื่อโจทก์ได้ชำระเงินทั้งหมด 9098 บาท 31 สตางค์ แล้วได้อุทธรณ์คำสั่งเจ้าหน้าที่ แต่จำเลยที่ 2 สั่งยกโจทก์จึงฟ้องคดีต่อศาลว่าจำเลยไม่มีสิทธิเรียกภาษีเพิ่ม ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ว่าการเรียกเงินภาษีเพิ่มตาม ม.16 นั้นเป็นเรื่องอยู่ในดุลยพินิจของเจ้าพนักงาน ก็เมื่อปรากฎว่าโจทก์มิได้ยื่นรายการเงินได้สำหรับปีก่อนภายในหรือก่อนวันที่ 15 พฤษภาคม แล้ว นายตรวจภาษีก็ชอบที่จะปฏิบัติตาม ม.16 เพื่อกำหนดประเมินจำนวนภาษี เมื่อได้ใช้มาตรา 16 บังคับคดี แล้วเจ้าพนักงานจะดำเนินวิธีการตามอนุมาตรา 1 และ 2 หรืออนุมาตรา 1 และ 3 ประการใดก็แล้วแต่วิธีการ ส่วนการเงินเพิ่มค่าภาษ๊ตามอนุมาตรา 4 นั้นเป็นผลต่อมาเนื่องจากเหตุการณ์ในอนุมาตรา 1 เงินเพิ่มภาษีซึ่งได้กำหนดไว้ในอนุมาตรา 4 นี้เป็นการตายตัวจะต่อรองกันไม่ได้ ที่+ว่าถูกปรับก็ควรถูกปรับตาม ม.49 หาใช่ ม.16 ไม่นั้นเห็นว่า ม.49 เป็นการลงโทษในทางอาญา ส่วน ม.16 เป็นบทที่ก่อให้เกิดหนี้ในทางแพ่ง การบังคับก็ต้องดำเนินไปในทางแพ่ง และมาตรา 16 และ 49 นี้หาลบล้างซึ่งกันแลกันไม่ จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1215/2479 นายออตโต ชเวนต์ (บังคับเยอรมัน) โจทก์ กรมสรรพากรที่ 1 พระยามรณศิริ ผู้รักษาการในตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากรที่ 2 พระศรีพัฒนากร,นายตรวจภาษีเงินได้ประจำภาคกลางที่ 3 จำเลย พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ พ.ศ.2475 ม. 13-16