ฎีกาที่ 651/2479
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การที่จะวางอัตราโทษจำเลยตามมาตรา 268 นั้น ถ้าหากข้อเท็จจริงไม่ปรากฎว่าความผิดของจำเลยต้องด้วยวรรค 2 - 3 หรือ 4 แห่ง ม.268 แล้ว ก็ต้องลงโทษจำเลยได้แต่เพียงตามอัตราโทษที่วางไว้ในวรรค 1 เท่านั้น จำเลยจับตัวเจ้าทุกข์ไปแล้วขู่ให้ส่งเงินให้จำเลยมีผิดฐานทำให้เสื่อมเสียอิศรภาพ
ย่อยาว
ได้ความว่าจำเลยเอาฝิ่นออกจากกระเป๋าจำเลยแล้วหาว่าเจ้าทุกข์ค้าฝิ่นเถื่อน แลขู่ว่าจะจับตัวเจ้าทุกข์ไป ถ้าไม่อยากจับให้เอาเงินมา 50 บาท แล้วจำเลยนำเจ้าทุกข์ไปยังเรือนผู้ใหญ่บ้านแลขู่เอาเงินจากเจ้าทุกข์อีก เจ้าทุกข์มีความกลัวจึงยอมให้เงินจำเลยไป 35 บาท ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยใช้วาจาขู่เข็ญให้เจ้าทุกข์ส่งเงินและกระทำไปโดยไม่มีอำนาจ มีผิดฐานชิงทรัพย์ แต่โจทก์ไม่ได้ร้องขอมา จึงให้ลงโทษจำคุกจำเลย 8 เดือนตาม ม.268 ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยมีผิดฐานทำให้เสื่อมเสียอิศรภาพจริง แต่การลงโทษเบาเกินไป จึงพิพากษาแก้ให้จำคุก จำเลยมีกำหนด 1 ปี 6 เดือน จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยเกินกว่ากำหนดที่ระบุไว้ในมาตรา 268 ศาลฎีกาเห็นว่าตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ปรากฎว่าศาลอุทธรณ์ได้ลงโทษจำเลยตามวรรคใดในมาตรา 268 ซึ่งมีการบัญญัติโทษต่างกัน แลตามข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้ง 2 ฟังมา ก็ไม่ปรากฎว่ามีเหตุอย่างใดอันต้องด้วยบทบัญญัติในวรรค 2 - 3 แล 4 คดีจึงลงโทษจำเลยได้ฉะเพาะวรรค 1 ของมาตรา 268 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกินกว่าปีหนึ่ง จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ บังคับคดี ยืนตามศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2479 อัยยการกาฬสินธุ์ โจทก์ นายสุด,นายเพ็ง จำเลย ป.อ. ม. 268 - 298 ป.วิ.อ. , ม. 192