ฎีกาที่ 226/2478
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การนับอายุความการนับอายุความตามมาตรา 80 ในคดรเรื่อง ฉ้อโกง ซึ่งการฟ้องต่อเนื่องมาจากคดีแพ่งอีกเรื่องหนึ่งว่าทรัพย์ที่จำเลยเอามาเป็นประกันเงินกู้นั้นเป็นของผู้อื่นจริงหรือไม่นั้น ต้องเริ่มนับอายุความเมื่อคดีแพ่งนั้นถึงที่สุด
ย่อยาว
คดีนี้เดิมจำเลยยอมชำระหนี้ให้โจทก์ตามสัญญา แล้วไม่ปฏิบัติตามยอม โจทก์จึงนำยึดที่ดินแลเรือนซึ่งจำเลยได้เอาประกันไว้ ด.บิดาจำเลยร้องขัดทรัพย์ว่าทรัพย์รายนี้เป็นของตน ศาลไต่สวนคดีนี้เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ.2476 ด.แลจำเลยเบิกความว่าทรัพย์รายนี้เป็นของ ด.ไม่ใช่ของจำเลย ครั้นวันที่ 13 มกราคม พ.ศ.2476 ศาลพิพากษาชี้ขาดว่าทรัพย์รายพิพาทเป็นของ ด.ให้ถอนการยึดต่อมาวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2476 โจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยฐาน ฉ้อโกง อ้างว่าจำเลยเพทุบายเอาทรัพย์ของผู้อื่นมาหลอกลวง เป็นประกันเงินกู้ ขอให้ลงโทษตาม ม.304-306 ศาลเดิมเห็นว่าโจทก์รู้เรื่องความผิดแลผู้จักตัวผู้กระทำผิดตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน ซึ่งเป็นวันที่พะยานเบิกความในชั้นขัดทรัพย์ฟ้องโจทก์เกิน 3 เดือน คดีขาดอายุความ จึงให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าคดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ อ้างฎีกาที่ 613/2470 ศาลฎีกาเห็นว่าเรื่องนี้จำต้องอาศัยมูลจากคดีอีกเรื่องหนึ่ง ว่าทรัพย์ที่จำเลยเอาไปเป็นประกันเงินกู้เป็นทรัพย์ของจำเลยหรือของ ด.จะถือว่าโจทก์ได้รู้เรื่องความผิดแลรู้จักตัวผู้กระทำผิดโดยคำเบิกความของพะยานไม่ได้ เพราะเป็นแต่เพียงหลักฐานซึ่งศาลจะฟังหรือไม่ฟังก็ได้ต้องวินิจฉัยว่าโจทก์ได้รู้เรื่องความผิดแลรู้จักตัวผู้กระทำผิด เมื่อคดีขั้นขัดทรัพย์ถึงที่สุด คดีโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ นข้อที่จะหลดพน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 226/2478 นางอิ่ม ปั้นดี - โจทก์ นางหลี ข้างพัน - ล อาชญา ม. 304 - 306-