ฎีกาที่ 1097/2477
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ขอสัญญากู้จากเขาดู พอเจ้าของสัญญาลุกไปชั่วคราวก็เอาสัญญากู้นั้นไปเสีย แล้วเอาสัญญาฉะบับอื่นเปลี่ยนไว้แทน เป็นผิดฐานลักทรัพย์ วิธีพิจารณาอาชญา บรรยายฟ้อง โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐาน ฉ้อโกง ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นผิดฐานลักทรัพย์และในฟ้องได้กล่าวข้อความชัดเจนซึ่งเป็นการหาถึงการลักทรัพย์ด้วยดังนี้ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ได้ สัญญากู้เป็นทรัพย์ที่จะลักขะโมยกันได้
ย่อยาว
ได้ความว่าจำเลยที่ 1-2 ทำสัญญากู้เงินโจทก์ไปแล้วมอบสัญญากู้ให้ไว้จำเลยที่ 3 เป็นผู้ค้ำประกัน ต่อมา่จำเลยที่ 1-3-4 ได้เดิรมาทางบ้านโจทก์แล้วจำเลยที่ 4 คนเดียวแวะเข้าไปในบ้านโจทก์ แลพูดขอดูสัญญากู้เงินที่จำเลยที่ 1-2 ทำไว้ จาก น.สามีโจทก์ น.ก็หยิบสัญญากู้ออกมาให้จำเลยดู ขณะนั้นมีผู้ร้องมาทางนอกบ้านว่า ควายขาด ๆ น.จึงวิ่งไปดูแล้วจำเลยก็เอาหนังสือสัญญา 2 ฉะบับซึ่ง น.ให้จำเลยดูซุกใส่ในผ้าที่พุง แล้วล้วงเอาหนังสืออีก 2 ฉะบับออกมาเปลียนแทนพอ น.กลับมา จำเลยก็ส่งม้วนกระดาษนั้นกลับคืนให้ น.โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานสมคบกันปลอมหนังสือแลฐาน ฉ้อโกง ศาลเดิมพิพากษาให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง 4 คนตามมาตรา 304 ศาลฎีกาเห็นว่าตามข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1-2-3 ได้สมคบกับจำเลยที่ 4 กระทำความผิด แลเห็นว่าการที่จำเลยที่ 4 ไปขอดูสัญญากู้แล้วลอบลักเอามาโดย น.มิได้รู้เห็นยินยอมอนุญาตให้นั้น เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 288 หาใช่ฐาน ฉ้อโกง ตาม ม.304 ไม่ แม้โจทก์จะมิได้ขอให้ลงโทษจำเลยในฐานนี้ก็ดีแต่ตามฟ้องโจทก์ก็บรรยายข้อความไว้ชัดเจนว่าจำเลยได้ลอบลักเอาสัญญากู้นั้นมาจาก น.แล้วเอาสัญญาปลอมเปลี่ยนไว้ให้แทน ซึ่งเป็นการแสดงข้อกล่าวหาถึงการลักทรัพย์อยู่แล้ว ทั้งจำเลยก็มิได้หลงข้อต่อสู้อย่างใด ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยฐานนี้ได้ จึงพิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 4 ฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 288 มีกำหนด 1 ปี ส่วนจำเลยที่ 1-2-3 ให้ปล่อยตัวไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1097/2477 นางแปลก โจทก์ นายดำที่ 1 นางปริกที่ 2 ,นายรบที่ 3,นายห้วนที่ 4 จำเลย วิธีพิจารณาอาชญา