ฎีกาที่ 942/2477
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
อย่างไรไม่เรียกว่าเป็นผิดสัญญาในทางแพ่ง
ย่อยาว
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าเดิมจำเลยที่ 1 บอกขายรถยนตร์ให้โจทก์ 1 คันราคา 260 บาท โจทก์ตกลงซื้อแลชำระราคาให้จำเลยที่ 1ไปแล้ว จำเลยที่ 1ได้มอบทะเบียนรถให้โจทก์ไว้แลสัญญาว่าจะนำรถมาโอนให้โจทก์ภายใน 2 เดือน แล้วต่อมาจำเลยทั้ง 2 ได้ใช้อุบายหลอกลวงโจทก์โดยเอาความเท็จมากล่าวว่า จำเลยต้องการทะเบียนรถคืนเพื่อไปให้เจ้าพนักงานตรวจแลเสียภาษีให้ โจทก์ ๆหลงเชื่อจึงมอบทะเบียนรถให้จำเลยไป แล้วจำเลยก็หายสาบศูนย์ไป ต่อมาโจทก์พบจำเลยจึงทวงทะเบียนรถคืนแลให้โอนทะเบียนให้จำเลยปฏิเสธว่ารถไม่มีแลเงินก็ไม่คืนให้ โจทก์รู้สึกว่าเป็นอุบายทุจจริตคิด ฉ้อโกง โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษตามมาตรา 304 ศาลเดิมงดสืบพะยานบุคคลแล้ววินิจฉัยว่าจำเลยมีใบทะเบียนรถมาแสดงต่อศาลโดยไม่ปรากฎว่าเอาใบทะเบียนนั้นไปโอนให้แก่คนอื่น เห็นว่ารูปคดีเป็นความแพ่ง ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกาเห็นว่าข้อความในฟ้องที่โจทก์กล่าวนั้น เป็นคำบรรยายครบองค์แห่งความผิดฐาน ฉ้อโกง แล้ว ส่วนข้อที่โจทก์บรรยายในฟ้องว่าจำเลยมิได้ทำการดั่งที่จำเลยกล่าวต่อโจทก์เป็นเพียงข้อความประกอบฟ้องเพื่อสนับสนุนให้เห็นชัดในข้อที่จำเลยตั้งใจทำการหลอกลวงโจทก์แลข้อที่จำเลยไม่ได้โอนทะเบียนรถให้แก่ผู้อื่นไปไม่เป็นข้อแสดงว่าจำเลยไม่ได้ตั้งใจ ฉ้อโกง การที่จะรู้ว่าจำเลยตั้งใจจะ ฉ้อโกง ใบทะเบียนรถหรือไม่นั้นต้องฟังคำพะยานหลักฐานที่คู่ความจะนำมาสืบประกอบกันเห็นว่าฟ้องโจทก์เป็นความอาชญา มิใช้เป็นเพียงผิดสัญญาในทางแพ่ง จึงพิพากษาให้ศาลเดิมดำเนิรคดีต่อไปใหม่ตามกระบวนความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 942/2477 นายสาตย์ นาไรดูเบ (บังคับอังกฤษ) โจทก์ นายบุญเชิดที่ 1 หม่อมราชวงษ์บุญเลิศที่ 2 อาชญา ม. 304 วิธีพิจารณาอาชญา