ฎีกาที่ 1131/2473
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ผู้กู้เขียนลงบนเอกสารกู้ว่าได้ชำระหนี้เสร็จแล้วแต่ไม่ลายเซ็นชื่อผู้ให้กู้นั้น ยังไม่เรียกว่าแทงเพิกถอนอันชอบด้วยกฎหมาย ลักษณพะยาน การกู้ยืมเงินที่มีเอกสารจะฟังพะยานบุคคลที่นำมาสืบว่าได้ใช้เงินแล้วไม่ได้ พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ ม.8 คดีที่คนบังคับอังกฤษเปนคู่ความ ๆ จะฎีกาได้แต่ปัญหากฎหมายเท่านั้น
ย่อยาว
ได้ความว่าจำเลยที่ 1 กู้เงินของโจทก์ไป 1000 บาท จำเลยที่ 2 เปนผู้ค้ำประกัน จำเลยได้ผ่อนใช้ให้โจทก์แล้ว 500 บาทโดยมีใบรับเปนหลักฐาน ส่วนอีก 500 บาทจำเลยว่าได้ชำระให้แก่ผู้จัดการของโจทก์แล้ว และผู้จัดการได้เอาหนังสือสัญญากู้มาให้จำเลยบันทึกไว้เปนตัวอักษรจีนในท้ายสัญญาว่าใช้เงิน 1000 บาทถ้วนด้วยลายมือของจำเลยเอง แต่ไม่มีลายเซ็นชื่อใคร ดังนี้ ศาลเดิมตัดสินให้จำเลยใช้ต้นเงิน 500 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาเปนปัญหากฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญากู้นี้ทำขึ้นเมื่อใช้ประมวลแพ่งบรรพ 3 พ.ศ. 2472 แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ฟังพะยานบุคคลว่าจำเลยได้ชำระหนี้แล้วนั้น ยังไม่ชอบเพราะการกู้ยืมรายนี้มีหลักฐานเปนหนังสือ จำเลยจะนำสืบการใช้เงินได้ต่อเมื่อมีหลักฐานเปนหนังสือมาแสดงเท่านั้น ส่วนข้อที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยใช้เงินเสร็จแล้วโดยแทงเพิกถอนหนังสือสัญญาไว้เปนหลักฐานนั้น ยังไม่เรียกว่าเปนการแทงเพิกถอนอันชอบด้วย ม.653 จึงตัดสินกลับศาลอุทธรณ์ ให้ บังคับคดี ยืนตามศาลเดิม เว้นแต่ข้อดอกเบี้ยให้จำเลยใช้เพียงร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1131/2473 นายอาร์ยันซิงห์ (บังคับอังกฤษ) โจทก์ นายซิน เจ้าของยี่ห้อง่วนหยูไถ่ที่ 1 นายเซี้ยง เจ้าของยี่ห้อง่วนฮวดพานิชที่ 2 ป.พ.พ. ม. 653.7