ฎีกาที่ 530/2472
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เจ้าพนักงานใช้ปืนยิงขู่ผู้ที่เข้าใจว่าเป็นผู้ร้ายแต่เผอิญกระสุนปืนไปถูกผู้นั้นตาย มีผิดฐานฆ่าคนตายโดย ประมาท วิธีพิจารณาอาญา อำนาจฟ้อง พี่ชายผู้ตายจะเข้าเป็นโจทก์ในคดีฆ่าฏกรรมต้องเป็นเจ้าทุกข์หรือผู้เสียหาย เทียบฎีกาที่ 212,213/2468
ย่อยาว
ได้ความว่าในตำบลที่เกิดเหตุมีผู้ร้ายปล้นทรัพย์กำลังหลบหนีอยู่ จำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้านได้รับคำสั่งนายอำเภอให้ออกตรวจผู้ร้ายในเวลากลางคืนจำเลยเห็นคนดำตะคุ่ม ๆ ห่างสัก 3 วา จึงปฏิบัติตามคำสั่งของนายอำเภอคือ ถาม 3 คำก่อน คนนั้นไม่ตอบกลับวิ่งหนี จำเลยจึงร้องบอกให้หยุดอีก 3 คำก็ไม่หยุด จำเลยจึงเอาปืนยิงเคาไปต่ำ ๆ 1 นัดโดยไม่เห็นตัว กระสุนปืนถูกคนนั้นตาย ปรากฎว่าเป็นนายล่ายกุ่ยซึ่งมิใช่เป็นผู้ร้าย และในระวางพิจารณานายล่ายยุพี่ชายนายล่ายกุ่ยยื่นคำร้องขอเข้าชื่อเป็นโจทก์กับอัยยการด้วย ศาลเดิมสั่งคำร้องว่า นายล่ายยุไม่ใช่เจ้าทุกข์หรือผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะนายล่ายกุ่ยยังมีภรรยาซึ่งเป็นญาติสนิธอยู่อีก แล้วตัดสินในสำนวนที่อัยยการเป็นโจทก์ว่า จำเลยเอาปืนยิงนายล่ายกุ่ยโดยสำคัญผิดว่าเป็นผู้ร้าย มีผิดตาม ม.251 ประกอบด้วย ม.52-53 ให้จำคุก 1 ปี แต่ให้รอการลงอาญาไว้ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า นายล่ายยุมีสิทธิจะเข้าเป็นโจทก์ได้ เพราะนับว่าเป็นผู้เสียหายและตัดสินแก้ศาลเดิมว่า จำเลยมีผิดตาม ม.249 ให้จำคุก 15 ปี ลดตาม ม.59 กึ่งหนึ่งคงเหลือ 7 ปี 6 เดือน ศาลฎีกาตัดสินว่า นายล่ายยุไม่ได้รับความเสียหายอันใดจะมาเป็นเจ้าทุกข์ฟ้องไม่ได้ เพราะญาติของผู้ตายที่ควรเป็นโจทก์ยังมีอีก แลฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยยิงนายล่ายกุ่ยเพื่อขู่ มิได้มีเจตนาจะฆ่า แต่ได้ทำไปโดยปราสจากความระมัดระวังกระสุนปืนจึงไปถูกผู้ตายเข้า ความผิดของจำเลยต้องด้วย ม.252 ให้จำคุก 1 ปี ลดตาม ม.59 ลงกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน แต่จำเลยได้ทำราชการในหน้าที่ ย่อมมีพลาดพลั้งบ้างเป็นธรรมดาทั้งไม่เคยต้องโทษมาแต่ก่อน จึงให้รอการลงอาญาไว้ตาม ม.41-42 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 530/2472 อัยยการสงขลาและนายล่ายยุผู้ขอเข้าชื่อเป็นโจทก์ โจทก์ นายหนูแก้ว ศรีวรรณ์ จำเลย ป.อ. ม. 252 , ม. 59 , ม. 41 , ม. 42 ป.วิ.อ.