ฎีกาที่ 382/2472
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
หน้าที่นำสืบจำเลยต่อสู้ว่าได้ชำระบาญชีแบ่งกำไรกันแล้ว เป็นหน้าที่จำเลยต้องสืบ
ย่อยาว
เดิมนายมัน นางแมวเป็นโจทย์ฟ้องว่าตนเป็นหุ้นส่วนกับจำเลย ๆ ไม่ยอมคิดบาญชีมาเป็นเวลา 9 ปีเศษ และจำเลยกลับเปลี่ยนยึ่ห้อเสียเพื่อ ฉ้อโกง โจทก์ จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลใช้ทุนและผลกำไรระวางคดีนี้นายมัน นางแมวตาย ป.จำเลยให้การว่าเป็นหุ้นส่วนกับโจทก์จริงแต่โจทก์ออกจากหุ้นไปนายแล้วและได้รับเงินทุนกำไรไปแล้วโดยวิธีหักหนี้ที่โจทก์เป็นหนี้ในการซื้อเชื่อของแต่เงินทุนกำไรไม่พอ โจทก์ยังคงเป็นหนี้จำเลยอยู่อีก 52 บาทเศษ และตัดฟ้องว่าโจทก์จะฟ้องขอถอนหุ้นโดยไม่ขอให้เลิกหุ้นไม่ได้ ข.จำเลยให้การว่าเป็นหุ้นส่วนจริง แต่มิได้มีการขัดขวางต่อการที่โจทก์กล่าวหา จึงไม่ต้องรับผิด ศาลเดิมตัดสินให้โจทก์ใช้เงิน 52 บาทเศษ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าห้างหุ้นส่วนยังไม่เลิกกันแต่นายมัน นางแมวตายระวางคดี ห้างหุ้นส่วนจึงเลิกกันโดยนิติบัญญัติ จึงตัดสินให้คิดบาญชีแลหักค่าใช้จ่ายกันเสียใหม่ ศาลฎีกาตัดสินว่าเป็นหน้าที่จำเลยนำสืบว่าโจทก์จำเลยได้เลิกหุ้นกันและได้ชำระบัญชีกันเสร็จแล้ว ข้อนี้จำเลยสืบไม่สม ส่วนเงินทุนกำไรในปีแรกนั้นก็ไม่ปรากฎว่าได้หักกลบลบกันอย่างไร จำเลยแสดงหลักฐานไม่ได้แลข้อที่จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์จะได้รับส่วนแบ่งเท่าไรนั้นข้อนี้ยังไม่มีการคิดบัญชีกัน ศาลอุทธรณ์จึงสั่งให้ชำระบัญชีเสียก่อนนั้นชอบแล้ว จึงตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 382/2472 นายเอียว แซ่ลี้ ผู้ปกครองเด็กชายกิมขุ้น เด็กชายกิมตู้ ผู้รับมฤดกความนายมัน นางแมว โจทก์ นายป๊อก นายขุนทอง จำเลย ป.วิ.พ.