ฎีกาที่ 3553/2568
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ป.พ.พ. มาตรา 738 ผู้รับโอนซึ่งประสงค์จะไถ่ถอน จำนอง ต้องส่งคำเสนอไปยังเจ้าหนี้ผู้รับ จำนอง ว่า จะรับใช้เงินให้เป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สินนั้น มาตรา 739 ถ้าเจ้าหนี้ไม่ยอมรับคำเสนอต้องฟ้องคดีต่อศาลภายใน 1 เดือน นับแต่วันมีคำเสนอเพื่อให้ศาลพิพากษาสั่งขายทอดตลาดทรัพย์สินซึ่ง จำนอง นั้น ดังนี้ เมื่อจำเลยที่ 3 ปฏิเสธไม่ยอมรับจำนวนเงินที่โจทก์เสนอจะใช้เท่ากับราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยอ้างว่า ไม่เป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สินนั้น จำเลยที่ 3 ก็ต้องฟ้องคดีต่อศาลภายใน 1 เดือน นับแต่วันมีคำเสนอเพื่อให้ศาลพิพากษาสั่งขายทอดตลาดทรัพย์สินซึ่ง จำนอง นั้น แต่จำเลยที่ 3 ก็มิได้ดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลจนโจทก์ต้องมาฟ้องคดีเอง จึงต้องถือว่า จำเลยที่ 3 ได้สนองรับคำเสนอของโจทก์โดยปริยายแล้วในภายหลังจากที่มีหนังสือปฏิเสธมาก่อนหน้านี้ ตามมาตรา 741 จำเลยที่ 3 จึงจำต้องยอมรับเงินจำนวน 300,000 บาท ที่โจทก์นำไปวาง ณ สำนักงานวางทรัพย์ว่าเป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สินแล้ว และจดทะเบียนไถ่ถอน จำนอง ให้โจทก์
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 3 รับเงิน 300,000 บาท และไถ่ถอน จำนอง ที่ดินพิพาทให้โจทก์หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 3 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จําเลยที่ 3 รับชำระเงิน 300,000 บาท จากโจทก์และไถ่ถอน จำนอง ที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 728 เนื้อที่ 10 ไร่ แก่โจทก์ หากจำเลยที่ 3 ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 3 กับให้จำเลยที่ 3 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้เป็นพับ จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 3 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ซื้อที่ดินของจำเลยที่ 2 ที่ จำนอง เป็นประกันหนี้เงินกู้กับจำเลยที่ 3 โดยมีต้นเงินกู้จำนวน 700,000 บาท จากการบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดิน จำนอง ของเจ้าหนี้สามัญในคดีอื่นโดยติด จำนอง และจดทะเบียนรับโอนที่ดินมาเป็นของโจทก์แล้ว หลังจากนั้นโจทก์มีหนังสือแสดงความประสงค์จะไถ่ถอน จำนอง โดยเสนอรับจะใช้เงินเท่าราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นจำนวน 300,000 บาท ไปยังจำเลยที่ 3 และนัดจำเลยที่ 3 ไปจดทะเบียนไถ่ถอน จำนอง ที่สำนักงานที่ดิน จำเลยที่ 3 มีหนังสือตอบกลับปฏิเสธไปว่า นางสาวณัฎยา เป็นหนี้จำเลยที่ 3 ตามสัญญา จำนอง รวมจำนวนกว่าล้านบาท และจำเลยที่ 3 ให้บริษัทผู้ประกอบธุรกิจประเมินราคาที่ดินประเมินราคาที่ดินที่ จำนอง แล้ว มีราคา 1,200,000 บาท และไม่ไปจดทะเบียนไถ่ถอน จำนอง ให้โจทก์ตามวันเวลาที่โจทก์นัดหมาย โจทก์จึงนำเงินจำนวน 300,000 บาท ไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 ว่า จำเลยที่ 3 จะต้องรับใช้เงินจำนวน 300,000 บาท ตามที่โจทก์เสนอและไปจดทะเบียนไถ่ถอน จำนอง ให้แก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 738 ผู้รับโอนซึ่งประสงค์จะไถ่ถอน จำนอง ต้องส่งคำเสนอไปยังเจ้าหนี้ผู้รับ จำนอง ว่า จะรับใช้เงินให้เป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สินนั้น มาตรา 739 ถ้าเจ้าหนี้ไม่ยอมรับคำเสนอต้องฟ้องคดีต่อศาลภายใน 1 เดือน นับแต่วันมีคำเสนอเพื่อให้ศาลพิพากษาสั่งขายทอดตลาดทรัพย์สินซึ่ง จำนอง นั้น ดังนี้ เมื่อจำเลยที่ 3 ปฏิเสธไม่ยอมรับจำนวนเงินที่โจทก์เสนอจะใช้เท่ากับราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยอ้างว่า ไม่เป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สินนั้น จำเลยที่ 3 ก็ต้องฟ้องคดีต่อศาลภายใน 1 เดือน นับแต่วันมีคำเสนอเพื่อให้ศาลพิพากษาสั่งขายทอดตลาดทรัพย์สินซึ่ง จำนอง นั้น แต่จำเลยที่ 3 ก็มิได้ดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลจนโจทก์ต้องมาฟ้องคดีเอง จึงต้องถือว่า จำเลยที่ 3 ได้สนองรับคำเสนอของโจทก์โดยปริยายแล้วในภายหลังจากที่มีหนังสือปฏิเสธมาก่อนหน้านี้ ตามมาตรา 741 จำเลยที่ 3 จึงจำต้องยอมรับเงินจำนวน 300,000 บาท ที่โจทก์นำไปวาง ณ สำนักงานวางทรัพย์ว่าเป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สินแล้ว และจดทะเบียนไถ่ถอน จำนอง ให้โจทก์ ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 3 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3553/2568 นาย อ. โจทก์ นางสาวหรือนาง พ. กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 738 , ม. 739 , ม. 741