ฎีกาที่ 6876/2568
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
บ้านของผู้เสียหายมีผู้เสียหายกับ พ. อยู่บ้านเดียวกันเพียง 2 คน การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงใส่ประตูไม้ที่ใช้กั้นแนวเขตระหว่างบ้านของผู้เสียหายกับบ้านของจำเลย แม้จะไม่เห็นตัวคน คงได้ยินแต่เสียงคนเดินมา แต่จำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่ากระสุนปืนนั้นอาจถูกผู้เสียหายซึ่งเป็นมารดาได้ จึงต้องถือว่าจำเลยได้รู้ข้อเท็จจริงอันทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้นแล้วตาม ป.อ. มาตรา 62 วรรคท้าย จำเลยย่อมมีความผิดฐานพยายาม ฆ่า บุพการี
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80, 91, 92, 288, 289 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 7, 72 ริบอาวุธปืนพร้อมซองกระสุนปืน ปลอกกระสุนปืน กล่องเก็บอาวุธปืนของกลาง เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสาม นับโทษต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่อ 898/2566 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การรับสารภาพข้อหามีอาวุธปืนไม่มีเครื่องหมายทะเบียนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต แต่ให้การปฏิเสธข้อหาพยายาม ฆ่า บุพการี แต่เมื่อสืบพยานไปบ้างแล้ว จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษและนับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (1) ประกอบมาตรา 80 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนไม่มีเครื่องหมายทะเบียนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพยายาม ฆ่า บุพการี จำคุกตลอดชีวิต เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ฐานมีอาวุธปืนไม่มีเครื่องหมายทะเบียนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นจำคุก 1 ปี 4 เดือน ส่วนฐานพยายาม ฆ่า บุพการี เมื่อศาลวางโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้ว จึงไม่อาจเพิ่มโทษได้อีกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 51 จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 ฐานมีอาวุธปืนไม่มีเครื่องหมายทะเบียนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต คงจำคุก 8 เดือน ฐานพยายาม ฆ่า บุพการี คงจำคุก 25 ปี รวมจำคุก 25 ปี 8 เดือน นับโทษจำคุกจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่อ 898/2566 ของศาลชั้นต้น ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า นางจิตรา ผู้เสียหาย เป็นมารดาของจำเลย บ้านของผู้เสียหายเลขที่ 97 ด้านหลังบ้านอยู่ติดกับบ้านของจำเลยเลขที่ 97/3 ทางด้านหน้าบ้าน ด้านที่ติดกันมีตาข่ายกรองแสงและประตูไม้กั้นเป็นแนวเขต ประตูไม้นี้มีลักษณะเป็นแผ่นไม้หลายแผ่นประกอบกันในแนวตั้ง ระหว่างแผ่นมีช่องแคบ ๆ ผู้เสียหายพักอาศัยอยู่กับนายพจน์ ซึ่งเป็นน้องชายต่างบิดาของจำเลย ทั้งสองฝ่ายมีเรื่องระหองระแหงทะเลาะกันเกี่ยวกับแนวเขตบ้าน ในวันเกิดเหตุที่ 30 มีนาคม 2566 เวลาประมาณ 10 นาฬิกา จำเลยใช้อาวุธปืนยิงใส่ประตูไม้ดังกล่าว กระสุนปืนทะลุประตูไม้เป็นรูไปถูกผู้เสียหายที่หน้าอกใต้ไหปลาร้าด้านขวาขณะอยู่ในครัวกำลังจะหยิบจานข้าว สำหรับความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานพยายาม ฆ่า ผู้เสียหายซึ่งเป็นบุพการีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 หรือไม่ ปัญหานี้ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า แม้จำเลยจะอ้างในชั้นสอบสวนว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงไปที่กำแพงไม้ 1 นัด โดยไม่ทราบว่าใครเดินมา จำเลยเห็นเพียงเงาคนเข้าใจว่าเป็นนายพจน์น้องชาย ทำนองว่าจำเลยเจตนายิงนายพจน์ โดยเข้าใจว่าผู้เสียหายที่เดินมาเป็นนายพจน์ก็ตาม แต่การกระทำของจำเลยตามที่กล่าวอ้างย่อมเป็นการกระทำต่ออีกบุคคลหนึ่งโดยสำคัญผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 61 จำเลยไม่อาจยกเอาความสำคัญผิดมาเป็นข้อแก้ตัวว่ามิได้กระทำโดยเจตนา ฆ่า ผู้เสียหายได้ และกรณีหาใช่เป็นเรื่องไม่รู้ข้อเท็จจริง จึงไม่ต้องรับโทษหนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62 วรรคท้าย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานพยายาม ฆ่า บุพการีนั้นชอบแล้ว นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า แม้การสำคัญผิดในตัวบุคคลที่กระทำตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 61 จำเลยจะยกเอาความสำคัญผิดเป็นข้อแก้ตัวว่ามิได้กระทำโดยเจตนาหาได้ไม่ก็ตาม ก็คงถือได้เพียงว่าจำเลยมีเจตนา ฆ่า ผู้เสียหายเท่านั้น แต่การกระทำนั้นจำเลยมีเจตนา ฆ่า บุพการีอันทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้นหรือไม่ จำเลยจะต้องได้รู้ข้อเท็จจริงนั้นด้วยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62 วรรคท้าย ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ยังไม่ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงนี้ ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปเลยทีเดียวโดยไม่ย้อนสำนวน พิเคราะห์แล้ว แม้จะฟังข้อเท็จจริงไปตามที่จำเลยกล่าวมาในฎีกาว่า หลังจากจำเลยได้บอกข้างบ้านให้เอากำแพงที่รุกล้ำออกและใช้เท้าถีบกำแพงแล้วจำเลยเดินเข้าไปในบ้านเอาอาวุธปืนยิงใส่กำแพงไม้ทะลุ 1 นัด (คงหมายถึงประตูไม้) โดยไม่ทราบว่าเป็นใครเดินมา เห็นเพียงเงาตะคุ่ม คิดว่าเป็นนายพจน์ เพราะถ้าเป็นผู้เสียหายจะมีเสียงเอะอะดังมาก่อนนั้น เห็นว่า ที่บ้านของผู้เสียหายคงมีผู้เสียหายกับนายพจน์อยู่ในบ้านด้วยกันเพียง 2 คน การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงใส่ประตูไม้ที่ใช้กั้นแนวเขตระหว่างบ้านของผู้เสียหายกับบ้านของจำเลย แม้จะไม่เห็นตัวคน คงได้ยินแต่เสียงคนเดินมา แต่จำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่ากระสุนปืนนั้นอาจถูกผู้เสียหายซึ่งเป็นมารดาได้ จึงต้องถือว่าจำเลยได้รู้ข้อเท็จจริงอันทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้นแล้วตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62 วรรคท้าย ฉะนั้น เมื่อจำเลยไม่ใยดียังยิงปืนใส่ประตูไม้และกระสุนปืนนั้นทะลุไม้ไปถูกผู้เสียหายเข้า จำเลยย่อมมีความผิดฐานพยายาม ฆ่า บุพการีแล้ว มิใช่เพียงฐานพยายาม ฆ่า บุคคลธรรมดาดังฎีกาของจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง กล่องเก็บอาวุธปืนของกลางไม่ใช่เป็นทรัพย์ที่มีไว้เป็นความผิดอันจะพึงต้องริบ และไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33 จึงไม่อาจริบได้ ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้พิพากษายืน แต่ไม่ริบกล่องเก็บอาวุธปืนของกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6876/2568 พนักงานอัยการจังหวัดนางรอง โจทก์ นาย อ. จำเลย ป.อ. ม. 59 วรรคสอง , ม. 61 , ม. 62 , ม. 80 , ม. 289 (1)