ฎีกาที่ 1105/2564
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยที่ 2 กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 รวมโทษทุกกระทงแล้วจึงลดโทษให้ แทนที่จะลดโทษในแต่ละกระทงก่อนแล้วจึงรวมโทษ ย่อมเป็นผลร้ายแก่จำเลยที่ 2 มากกว่าการลดโทษแต่ละกระทงเสียก่อนแล้วจึงรวมเข้าด้วยกัน เพราะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 21 วรรคสอง หากกำหนดโทษจำคุกเป็นเดือน ให้นับสามสิบวันเป็นหนึ่งเดือน แต่ถ้ากำหนดเป็นปี ให้คำนวณตามปีปฏิทินในราชการ ดังนั้นการกำหนดโทษจำคุก 12 เดือน ย่อมมีกำหนดเท่ากับ 360 วัน ซึ่งน้อยกว่าจำนวนวันตามปีปฏิทินที่อาจมีถึง 366 วัน หรือ 365 วัน สุดแท้แต่ว่าจะเป็นปีอธิกสุรทินหรือปีจันทรคติ
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 83, 91, 269/5, 269/7, 269/8, 269/9, 269/11, 335 นำโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2250/2559 ของศาลจังหวัดแพร่ มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน 940,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 1 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ระหว่างพิจารณาธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269/5, 269/7, 269/8, 269/9 วรรคหนึ่ง, 335 (1) (7) วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันปลอมหนังสือเดินทางและร่วมกันใช้หนังสือเดินทางปลอม เมื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้ปลอมซึ่งหนังสือเดินทาง ให้ลงโทษฐานร่วมกันใช้หนังสือเดินทางปลอมแต่กระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269/9 วรรคท้าย จำนวน 3 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมเป็น 3 ปี ฐานร่วมกัน ลักทรัพย์ และร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยไม่ชอบ เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยไม่ชอบที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำนวน 8 กระทง จำคุกกระทงละ 9 เดือน รวมเป็น 72 เดือน ฐานร่วมกัน ลักทรัพย์ ในเวลากลางคืนและร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยไม่ชอบ เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยไม่ชอบที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำนวน 4 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมเป็น 4 ปี รวมจำคุก 7 ปี 72 เดือน คำให้การของจำเลยที่ 2 ในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 ปี 56 เดือน ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับนางสาวจิดาภา จำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ. 5701/2561 ของศาลชั้นต้น คืนเงิน 940,000 บาท แก่โจทก์ร่วม ยกฟ้องจำเลยที่ 1 สำหรับคำขอให้นำโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2520/2559 (ที่ถูก 2250/2559) ของศาลจังหวัดแพร่ มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ เนื่องจากศาลพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 จึงให้ยกคำขอในส่วนนี้ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ร่วมและจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานร่วมกันใช้หนังสือเดินทางปลอม จำคุกจำเลยที่ 2 กระทงละ 1 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 2 ปี ฐานร่วมกัน ลักทรัพย์ และฐานร่วมกัน ลักทรัพย์ ในเวลากลางคืน จำคุกจำเลยที่ 2 กระทงละ 1 ปี รวม 12 กระทง เป็นจำคุก 12 ปี ทางนำสืบของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กระทงละหนึ่งในสาม ฐานร่วมกันใช้หนังสือเดินทางปลอม รวม 2 กระทง คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ฐานร่วมกัน ลักทรัพย์ และฐานร่วมกัน ลักทรัพย์ ในเวลากลางคืน รวม 12 กระทง คงจำคุก 8 ปี รวมทุกกระทงคงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 9 ปี 4 เดือน ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นเบิกถอนเงินสดโดยมิชอบ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของโจทก์ที่ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ฐานร่วมกันใช้หนังสือเดินทางปลอมกระทงละ 1 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 2 ปี ฐานร่วมกัน ลักทรัพย์ และฐานร่วมกัน ลักทรัพย์ ในเวลากลางคืนกระทงละ 1 ปี รวม 12 กระทง เป็นจำคุก 12 ปี ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม ฐานร่วมกันใช้หนังสือเดินทางปลอม รวม 2 กระทง คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ฐานร่วมกัน ลักทรัพย์ และฐานร่วมกัน ลักทรัพย์ ในเวลากลางคืน รวม 12 กระทง คงจำคุก 8 ปี รวมทุกกระทงแล้วคงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 9 ปี 4 เดือน โดยไม่ลดโทษให้ในแต่ละกระทงก่อนจึงเป็นผลร้ายแก่จำเลยที่ 2 เพราะต้องถูกคุมขังนานขึ้นนั้น เห็นว่า คดีนี้จำเลยที่ 2 กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 รวมโทษทุกกระทงแล้วจึงลดโทษให้จำเลยที่ 2 แทนที่จะลดโทษในแต่ละกระทงก่อนแล้วจึงรวมโทษ ย่อมเป็นผลร้ายแก่จำเลยที่ 2 มากกว่าการลดโทษแต่ละกระทงเสียก่อนแล้วจึงรวมเข้าด้วยกัน เพราะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 21 วรรคสอง บัญญัติว่า หากกำหนดโทษจำคุกเป็นเดือน ให้นับสามสิบวันเป็นหนึ่งเดือน แต่ถ้ากำหนดเป็นปี ให้คำนวณตามปีปฏิทินในราชการ ดังนั้นการกำหนดโทษจำคุก 12 เดือน ย่อมมีกำหนดเท่ากับ 360 วัน ซึ่งน้อยกว่าจำนวนวันตามปีปฏิทินที่อาจมีถึง 366 วัน หรือ 365 วัน สุดแท้แต่ว่าจะเป็นปีอธิกสุรทินหรือปีจันทรคติ ศาลฎีกาเห็นควรแก้ไขให้ถูกต้อง ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำคุกฐานร่วมกันใช้หนังสือเดินทางปลอม ฐานร่วมกัน ลักทรัพย์ และฐานร่วมกัน ลักทรัพย์ ในเวลากลางคืน กระทงละ 1 ปี ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม คงจำคุกกระทงละ 8 เดือน รวม 14 กระทง เป็นจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 112 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1105/2564 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ ธนาคาร ท. โจทก์ร่วม นาย ป. กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 21 วรรคสอง , ม. 54