ฎีกาที่ 5315/2563
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
แม้ความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ถูกกำหนดให้เป็นความผิดมูลฐานภายหลังจากที่มีการกระทำความผิดมูลฐานดังกล่าวหรือเป็นเวลาภายหลังจากที่ผู้คัดค้านที่ 1 ได้ทรัพย์สินมา ศาลก็มีอำนาจนำบทบัญญัตินี้มาใช้บังคับแก่คดีของผู้คัดค้านที่ 1 ได้ เพราะไม่ได้นำมาวินิจฉัยและลงโทษจำเลยในทางอาญาพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 49 วรรคหนึ่ง เป็นบทบัญญัติที่มุ่งถึงตัวทรัพย์สินเป็นสำคัญ ส่วนความผิดมูลฐานที่ผู้ร้องอ้างเป็นเหตุขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเป็นข้อเท็จจริงประกอบว่าทรัพย์สินนั้นเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือไม่ แม้คำร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินอ้างเหตุจากความผิดมูลฐานเดียวกัน แต่เมื่อเป็นทรัพย์สินที่ผู้ร้องยังไม่เคยยื่นคำร้องขอมาก่อน ผู้ร้องก็ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดินได้ เมื่อทรัพย์สินที่ผู้ร้องขอให้ตกเป็นของแผ่นดินคดีนี้และคดีหมายเลขดำที่ ฟ.93/2558 ของศาลชั้นต้น เป็นทรัพย์สินต่างรายการกัน การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้จึงไม่เป็นการร้องซ้อน ร้องซ้ำหรือดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดที่ศาลจะมีคำสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินตามมาตรา 51 ไม่ได้จะต้องเป็นทรัพย์สินในคดีที่มีคำพิพากษาและมีผู้ถูกลงโทษแล้วเท่านั้น เนื่องจากการดำเนินคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินเป็นมาตรการทางแพ่งที่มาตรา 59 บัญญัติให้นำ ป.วิ.พ. มาใช้บังคับโดยอนุโลม และผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินมีสิทธินำสืบพิสูจน์ได้ตามมาตรา 50 หรือนำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานของมาตรา 51 วรรคสาม ในการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินศาลชั้นต้นจึงไม่จำต้องรอให้การดำเนินคดีอาญาในความผิดมูลฐานถึงที่สุดเสียก่อน
ย่อยาว
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของนายผดุงศักดิ์กับพวกตามบัญชีรายการทรัพย์สิน รวม 23 รายการ มูลค่าประมาณ 33,581,341.44 บาท พร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 51 ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนและประกาศตามกฎหมายแล้ว ผู้คัดค้านทั้งสามยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ (1) เงินสด 10,000,000 บาท ที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งเป็นเงินที่โอนจากบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี นายณัฐภัทร เพื่อวางมัดจำในการทำสัญญาจะซื้อจะขาย ที่ดิน (2) ที่ดิน โฉนดเลขที่ 19964 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง (ถ้ามี) (3) ที่ดิน โฉนดเลขที่ 10838 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง (ถ้ามี) (4) ที่ดิน โฉนดเลขที่ 14924 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง (ถ้ามี) (5) ที่ดิน โฉนดเลขที่ 20178 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง (ถ้ามี) (6) ที่ดิน โฉนดเลขที่ 20179 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง (ถ้ามี) (7) ที่ดิน โฉนดเลขที่ 1841 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง (ถ้ามี) (8) ที่ดิน โฉนดเลขที่ 28165 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง (ถ้ามี) (9) ที่ดิน โฉนดเลขที่ 17095 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง (ถ้ามี) (10) ที่ดิน โฉนดเลขที่ 17096 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง (ถ้ามี) (11) เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี นายชาลี จำนวน 6,131.34 บาท (12) เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี นางสาวโย จำนวน 104,355.84 บาท (13) เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี นางศศิธร จำนวน 218,500.60 บาท (14) เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี นางสาวสายฝน จำนวน 24,693.70 บาท (15) เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี นายชินพงษ์ จำนวน 12,936.56 บาท (16) เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี นายชินพงษ์ จำนวน 700,000 บาท (17) เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี นายชินพงษ์ จำนวน 237,776.27 (18) เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี นางสาวสอลิห๊ะ จำนวน 21,531.15 บาท (19) เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี นายชาลี จำนวน 39,828.94 บาท (20) เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี นางสาวศศิธร จำนวน 332,677.63 บาท (21) เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี นางสาวสายฝน จำนวน 2,854.25 บาท (22) เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ชื่อบัญชี นายชินพงษ์ จำนวน 300,480 บาท (23) เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ชื่อบัญชี นางสาวสอลิห๊ะ จำนวน 131,000 บาท รวม 23 รายการ ราคาประเมินประมาณ 33,581,341.44 บาท พร้อมดอกผล ตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้เบื้องต้นในชั้นฎีกาโดยคู่ความทั้งสองฝ่ายไม่โต้แย้งว่า เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2558 เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช จับกุมนายผดุงศักดิ์ กับพวก ในความผิดฐานพาบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักร และได้สืบสวนขยายผลพบว่ามีบุคคลหลายคนเกี่ยวข้อง เชื่อมโยง ช่วยเหลือสนับสนุนการกระทำผิดในลักษณะเป็นเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์ขนาดใหญ่ มีการแบ่งบุคคลเป็นหลายกลุ่มตามหน้าที่ คือ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5315/2563 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ผู้ร้อง พลโท ม. กับพวก ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ม. 3 วรรคหนึ่ง (2) , ม. 3 วรรคห้า , ม. 49 วรรคหนึ่ง , ม. 50 , ม. 51 , ม. 54 , ม. 59