ฎีกาที่ 1010/2563
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด แต่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามชั่วโมงที่ทำนั้น ต้องพิจารณาว่างานที่ลูกจ้างทำล่วงเวลาหรือล่วงเวลาในวันหยุดเป็นงานที่กำหนดไว้ตามประกาศคณะกรรมการ แรงงาน รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2549 ข้อ 40 (1) ถึง (7) ซึ่งอาจจะเป็นงานที่มีลักษณะและสภาพของงานเช่นเดียวกับงานที่ลูกจ้างทำในวันและเวลาทำงานปกติหรือไม่ก็ได้ ประกาศข้อดังกล่าว หาได้กำหนดให้งานที่ลูกจ้างทำในวันและเวลาทำงานปกติกับงานที่ลูกจ้างทำล่วงเวลาหรือล่วงเวลาในวันหยุดต้องต่างกันแต่อย่างใดไม่ ทั้งงานใดจะเป็นงานตามข้อ 40 (1) ถึง (7) ต้องพิจารณาที่ลักษณะและสภาพของงานนั้น ๆ เป็นสำคัญ นายจ้างหามีสิทธิกำหนดให้งานหนึ่งงานใดเป็นงานที่ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาหรือค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แตกต่างไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้ได้ไม่ งานที่ต้องอยู่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินและจำเป็น หมายถึงลักษณะหรือสภาพงานที่ลูกจ้างทำนั้น ลูกจ้างต้องประจำการ ณ สถานประกอบกิจการหรือสถานที่ที่นายจ้างกำหนดเพื่อรองานตามหน้าที่ เมื่อมีงานตามหน้าที่ซึ่งเป็นเหตุฉุกเฉินและจำเป็นขึ้นแล้ว ลูกจ้างจึงจะมีหน้าที่ไปปฏิบัติงานดังกล่าว หากไม่มีงานที่เป็นเหตุฉุกเฉินและจำเป็นเกิดขึ้น ลูกจ้างก็ไม่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติงาน คงเพียงแต่ประจำการ ณ สถานประกอบกิจการหรือสถานที่ที่นายจ้างกำหนดเพื่อรองานตามหน้าที่เท่านั้น เมื่อแผนกสื่อสารมีหน้าที่รับผิดชอบหลักในการติดต่อสื่อสารและประสานงานกับเรือสินค้าที่เข้ามาใช้บริการในเขตร่องน้ำเจ้าพระยาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล การตรวจสอบความถูกต้องและบันทึกข้อมูลเรือสินค้า ควบคุมข่ายการสื่อสารของ กทท. เฝ้าฟังและติดต่อสื่อสารกับเรือสินค้า และให้บริการข้อมูลในระบบบริการเรือทางโทรศัพท์แก่หน่วยงานเกี่ยวข้องในระบบบริการเรือ เช่นนี้ลักษณะงานและสภาพงานของแผนกสื่อสารและที่โจทก์ปฏิบัติในเวลาทำงานปกติและในเวลาทำงานล่วงเวลาเป็นงานที่ต้องให้บริการท่าเรือตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ใช่งานที่ลูกจ้างต้องอยู่ประจำการ ณ สถานประกอบกิจการหรือสถานที่ที่นายจ้างกำหนดเพื่อรองานตามหน้าที่ เมื่อมีงานตามหน้าที่ซึ่งเป็นเหตุฉุกเฉินและจำเป็นเกิดขึ้นแล้ว ลูกจ้างจึงจะมีหน้าที่ไปปฏิบัติงาน งานที่โจทก์ทำจึงมีลักษณะเป็นงานทั่วไป หาใช่งานที่ต้องอยู่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินและจำเป็นไม่
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ส่วนที่ยังขาดอยู่และดอกเบี้ยรวม 658,960 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 633,218 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาล แรงงาน กลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาที่ค้างชำระ 658,960 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 633,218 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดี แรงงาน พิพากษายืน จำเลยฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี แรงงาน วินิจฉัยว่า ศาล แรงงาน กลางรับฟังข้อเท็จจริงและข้อเท็จจริงที่ยุติในสำนวนได้ความว่า จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ โจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยและเกษียณอายุวันที่ 30 กันยายน 2559 ตำแหน่งสุดท้ายเป็นหัวหน้าแผนกสื่อสาร กองบริการท่า ท่าเรือกรุงเทพ มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตามใบกำหนดคุณลักษณะของงาน โดยงานที่โจทก์รับผิดชอบตามเอกสารดังกล่าวด้านสื่อสารนั้น กำหนดว่า "รับผิดชอบในการติดต่อสื่อสารกับเรือที่ใช้ท่าเรือและหน่วยวิทยุของการท่าเรือแห่งประเทศไทยให้เป็นไปโดยถูกต้องตามระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง และตามหลักวิชาการ ควบคุมดูแลการซ่อมและบำรุงรักษาเครื่องอุปกรณ์สื่อสารในแผนก ควบคุมดูแลการแจ้งสัญญาณอัคคีภัยและภัยอื่น ๆ" ในวันทำงานปกติ โจทก์มีหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานให้บริการติดต่อสื่อสารและประสานงานกับเรือสินค้าที่เข้ามาใช้บริการในเขตร่องน้ำเจ้าพระยาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งประกอบด้วยสถานีสื่อสารจำนวน 2 สถานี เครื่องรับส่งวิทยุ VHF/FM ชนิดติดตั้งประจำที่จำนวน 6 เครื่อง ระบบ VTMS จำนวน 2 ชุด ระบบ CCTV จำนวน 2 ชุด และหมายเลขโทรศัพท์จำนวน 2 เครื่อง สำหรับให้บริการด้านข้อมูลเรือสินค้าผ่านเข้าและออกจากร่องน้ำเจ้าพระยากับผู้ใช้บริการทั้งหน่วยงานภายในและภายนอก รวมทั้งการตรวจสอบความถูกต้องและบันทึกข้อมูลเรือสินค้าในระบบ VCMS จำเลยมีระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทยว่าด้วยการทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด โดยได้รับเงินตอบแทนการทำงาน พ.ศ.2555 ซึ่งระเบียบดังกล่าวข้อ 6 กำหนดว่า "งานที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ พนักงานไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด แต่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการทำงาน การทำงานล่วงเวลา ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ฉบับที่ใช้ในปัจจุบัน 6.1 ... 6.6 งานที่ต้องอยู่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินและจำเป็น" และข้อบังคับการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการทำงาน การทำงานล่วงเวลา และค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด พ.ศ.2555 โดยข้อบังคับดังกล่าวข้อ 11 กำหนดว่า "พนักงานซึ่งได้รับคำสั่ง หรือได้รับอนุมัติให้ทำงานอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามข้อ 8 และค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามข้อ 10 แต่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินในอัตราเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ 11.1... 11.6 งานที่ต้องอยู่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินและจำเป็น" ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2557 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2559 จำเลยสั่งให้โจทก์ทำงานล่วงเวลาและล่วงเวลาในวันหยุดครั้งละ 7 ชั่วโมง โดยให้ทำหน้าที่แม่ข่าย ควบคุมระบบ AIS (Automatic Identification system) และ VHF Marine (Very High Frequency) ช่อง 16 มีขอบเขตหน้าที่ในการควบคุมข่ายการสื่อสารของ กทท. เฝ้าฟังและติดต่อสื่อสารกับเรือสินค้าในความถี่ Marine Band ช่อง 16 และควบคุมระบบ AIS ณ สถานีสื่อสารกรุงเทพ หรือให้ทำหน้าที่ VHF Marine ช่อง 14 ระบบ VCMS (Vessel Cargo Management System) และโทรศัพท์ มีขอบเขตหน้าที่ในการเฝ้าฟังติดต่อสื่อสารกับเรือสินค้าในความถี่ Marine Band ช่อง 14 กับเรือสินค้า และให้บริการข้อมูลในระบบบริการเรือทางโทรศัพท์กับหน่วยงานเกี่ยวข้องในระบบบริการเรือ รวมทั้งป้อนข้อมูลในระบบ VCMS ณ สถานีสื่อสารกรุงเทพ คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า งานที่โจทก์ทำเป็นงานที่ต้องอยู่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินและจำเป็น ที่โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด ตามข้อบังคับการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการทำงาน การทำงานล่วงเวลา ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด พ.ศ.2555 ข้อ 11.6 และประกาศคณะกรรมการ แรงงาน รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2549 ข้อ 40 (7) หรือไม่ เห็นว่า ลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุดแต่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามชั่วโมงที่ทำนั้นต้องพิจารณาว่างานที่ลูกจ้างทำล่วงเวลาหรือล่วงเวลาในวันหยุดเป็นงานที่กำหนดไว้ ตามประกาศคณะกรรมการ แรงงาน รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2549 ข้อ 40 (1) ถึง (7) ซึ่งอาจจะเป็นงานที่มีลักษณะและสภาพของงานเช่นเดียวกับงานที่ลูกจ้างทำในวันและเวลาทำงานปกติหรือไม่ก็ได้ ประกาศข้อดังกล่าวหาได้กำหนดให้งานที่ลูกจ้างทำในวันและเวลาทำงานปกติกับงานที่ลูกจ้างทำล่วงเวลาหรือล่วงเวลาในวันหยุดต้องต่างกันแต่อย่างใดไม่ ทั้งงานใดจะเป็นงานตามข้อ 40 (1) ถึง (7) ต้องพิจารณาที่ลักษณะและสภาพของงานนั้น ๆ เป็นสำคัญ นายจ้างหามีสิทธิกำหนดให้งานหนึ่งงานใดเป็นงานที่ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาหรือค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แตกต่างไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้ดังที่จำเลยอ้างมาในฎีกาได้ไม่ สำหรับคดีนี้ศาล แรงงาน กลางรับฟังข้อเท็จจริงมาว่า ลักษณะการทำงานล่วงเวลาของโจทก์ในวันทำงานปกติและในวันหยุดนั้น ไม่ได้แตกต่างกับการทำงานในวันและเวลาทำงานปกติของโจทก์ จึงต้องพิจารณาว่างานตามใบกำหนดคุณลักษณะของงาน กับงานที่โจทก์ได้รับคำสั่งให้ทำงานล่วงเวลา เป็นงานที่ต้องอยู่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินและจำเป็นหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นด้วยกับความเห็นของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่วินิจฉัยว่า งานที่ต้องอยู่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินและจำเป็น หมายถึงลักษณะหรือสภาพงานที่ลูกจ้างทำนั้น ลูกจ้างต้องประจำการ ณ สถานประกอบกิจการหรือสถานที่ที่นายจ้างกำหนดเพื่อรองานตามหน้าที่ เมื่อมีงานตามหน้าที่ซึ่งเป็นเหตุฉุกเฉินและจำเป็นขึ้นแล้ว ลูกจ้างจึงจะมีหน้าที่ไปปฏิบัติงานดังกล่าว หากไม่มีงานที่เป็นเหตุฉุกเฉินและจำเป็นเกิดขึ้น ลูกจ้างก็ไม่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติงาน คงเพียงแต่ประจำการ ณ สถานประกอบกิจการหรือสถานที่ที่นายจ้างกำหนดเพื่อรองานตามหน้าที่เท่านั้น ดังนี้เมื่อแผนกสื่อสารมีหน้าที่รับผิดชอบหลักในการติดต่อสื่อสารและประสานงานกับเรือสินค้าที่เข้ามาใช้บริการในเขตร่องน้ำเจ้าพระยาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งประกอบด้วยสถานีสื่อสารจำนวน 2 สถานี เครื่องรับส่งวิทยุ VHF/FM ชนิดติดตั้งประจำที่จำนวน 6 เครื่อง ระบบ VTMS จำนวน 2 ชุด ระบบ CCTV จำนวน 2 ชุด และหมายเลขโทรศัพท์จำนวน 2 เครื่อง สำหรับให้บริการด้านข้อมูลเรือสินค้าผ่านเข้าและออกจากร่องน้ำเจ้าพระยาแก่ผู้ใช้บริการทั้งหน่วยงานภายในและภายนอก รวมทั้งการตรวจสอบความถูกต้องและบันทึกข้อมูลเรือสินค้าในระบบ VCMS และเมื่อโจทก์ทำงานล่วงเวลาและล่วงเวลาในวันหยุด โจทก์ทำหน้าที่ในการควบคุมข่ายการสื่อสารของ กทท. เฝ้าฟังและติดต่อสื่อสารกับเรือสินค้าในความถี่ Marine Band ช่อง 16 และควบคุมระบบ AIS ณ สถานีสื่อสารกรุงเทพ กับทำหน้าที่ในการเฝ้าฟังติดต่อสื่อสารกับเรือสินค้าในความถี่ Marine Band ช่อง 14 กับเรือสินค้า และให้บริการข้อมูลในระบบบริการเรือทางโทรศัพท์แก่หน่วยงานเกี่ยวข้องในระบบบริการเรือ รวมทั้งป้อนข้อมูลในระบบ VCMS ณ สถานีสื่อสารกรุงเทพ เช่นนี้ลักษณะงานและสภาพงานของแผนกสื่อสารและที่โจทก์ปฏิบัติในเวลาทำงานปกติและในเวลาทำงานล่วงเวลาเป็นงานที่ต้องให้บริการท่าเรือตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ใช่งานที่ลูกจ้างต้องอยู่ประจำการ ณ สถานประกอบกิจการหรือสถานที่ที่นายจ้างกำหนดเพื่อรองานตามหน้าที่ เมื่อมีงานตามหน้าที่ซึ่งเป็นเหตุฉุกเฉินและจำเป็นเกิดขึ้นแล้ว ลูกจ้างจึงจะมีหน้าที่ไปปฏิบัติงาน งานที่โจทก์ทำจึงมีลักษณะเป็นงานทั่วไป หาใช่งานที่ต้องอยู่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินและจำเป็นไม่ ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษวินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1010/2563 นาย ส. โจทก์ การท่าเรือแห่งประเทศไทย จำเลย ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2549 ข้อ 40 (7)